
ธปท.เผยเดือนต.ค.ภาคส่งออกกดดันเศรษฐกิจแต่ท่องเที่ยวหนุนการฟื้นตัว
ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือนต.ค.65ยังอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แรงหนุนจากภาคท่องเที่ยว-กำลังซื้อในประเทศ แม้มีแรงกดดันจากการส่งออกลดลง
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงแนวโน้มเศรษฐกิจและการเงินเดือนตุลาคม 2565 โเดยระบุ ว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แต่ชะลอตัวจากแรงกดดันจากมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ชะลอตัว
และปัจจัยชั่วคราวจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งมูลค่าการส่งออก (ไม่รวมทองคำ) ติดลบ -6.1% จากเดือนก.ย. สอดคล้องกับภาคการผลิต(MPI)ที่ปรับลดลงเหลือ 4.2% จากหมวดปิโตรเคมี และฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ
สำหรับปัจจัยหนุน มาจากภาคการท่องเที่ยวโดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในเดือนนี้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.4 ล้านคน ส่งผลให้ตัวเลขนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มอยู่ที่ 7.1 ล้านคน ซึ่งยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นแรงส่งให้ภาคการผลิตบริการปรับดีขึ้น 2.2%
ด้านการบริโภคภาคเอกชนทรงตัว -0.6% จากเดือนก่อน ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราวทั้งสินค้าคงทนและสินค้าไม่คงทนลดลงเกือบทุกหมวด เนื่องจากเร่งส่งมอบไปก่อนหน้า รวมถึงปัจจัยค่าครองชีพที่สูงขึ้นและปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะภาคอีสาน
ด้านตลาดแรงงานฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 โดยจำนวนแรงงานในมาตรา 33 อยู่ที่ 11.6 ล้านคน หรือเติบโต 0.7% สอดคล้องกับตัวเลขผู้ขอรับสิทธิ์ว่างงานปรับลดลง เช่นเดียวกับกำลังแรงงานนอกภาคเกษตรปรับลดลง ซึ่งจะช่วยหนุนการบริโภค
ทางด้านการใช้จ่ายภาครัฐ หดตัว -1.6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากรายจ่ายรัฐบาลกลางและรายจ่ายประจำ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากผลฐานที่สูง และรัฐวิสหกิจที่มีการลงทุนทางด้านพลังงานและสาธารณูปโภค
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงและได้ผ่านจุดสูงสุดแล้วอยู่ที่ 6.41% มาอยู่ที่ 5.9% ซึ่งมาจากหมวดพลังงานและอาหารสด โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.12% มาอยู่ที่ 3.17% ผลจากอาหารสำเร็จรูป
ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น ตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลน้อยลงจากการลดลงของรายจ่ายค่าระวางสินค้า และรายรับจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
ส่วนดุลการค้าเกินดุลลดลงเล็กน้อย และเงินบาทเทียบกับดอลลาร์เฉลี่ยอ่อนค่าลง ตามเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากตลาดคาดว่าการดำเนิยนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะลดความเข้มงวดหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด







