
เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 38.36 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทและสกุลเงินเอเชียในภาพรวม รวมถึงเงินเยนอ่อนค่าสุดในรอบ 32 ปี เงินหยวน อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 14 ปี สวนทางเงินดอลลาร์
เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 38.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 38.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ เงินบาทและสกุลเงินเอเชียในภาพรวม รวมถึงเงินเยน (อ่อนค่าสุดในรอบ 32 ปี) และเงินหยวน (อ่อนค่าสุดในรอบกว่า 14 ปี) อ่อนค่าลง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังคงเพิ่มช่วงบวกได้ตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์ 10 ปี แตะระดับ 4.29% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2550) ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,475.39 ล้านบาท แต่ยังคงขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 882 ล้านบาท
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 21 ตุลาคม 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -30.33 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -26.38 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 24-28ต.ค.2565 คาดไว้ที่ 37.80-38.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกไทยเดือนก.ย. ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ค่าเงินในภูมิภาค ผลการประชุม ECB และ BOJ
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย ข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล รวมถึง PCE/Core PCE Price Indices เดือนก.ย. จีดีพีไตรมาส 3/65 (advanced report) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.
นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เดือนต.ค. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ยูโรโซน และอังกฤษ ตลอดจนข้อมูลจีดีพีไตรมาส 3/65 และตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนเดือนก.ย. ที่ถูกเลื่อนการประกาศจากกำหนดการเดิมด้วยเช่นกัน







