
เงินบาทวันนี้ปิดตลาด “แข็งค่า”ที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ
เงินบาทและสกุลเงินเอเชียในภาพรวม “แข็งค่าขึ้น”ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อทำกำไรก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป ประกอบกับนักลงทุนรอติดตามท่าทีของประธานเฟดในคืนนี้
เงินบาทแข็งค่ามาปิดตลาดที่ระดับ 36.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.69 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทและสกุลเงินเอเชียในภาพรวมแข็งค่าขึ้นท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ เพื่อทำกำไรก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป
ประกอบกับนักลงทุนรอติดตามท่าทีของนายเจอโรม พาวเวลประธานเฟดในคืนนี้เพื่อประเมินสัญญาดอกเบี้ยของสหรัฐฯ นอกจากนี้เงินบาทยังมีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากสถานะซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,827 ล้านบาท แต่ขายสุทธิในตลาดหุ้น 1,439.27 ล้านบาท
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 8 กันยายน 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -22.81 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -19.82 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 36.25-36.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามน่าจะอยู่ที่การตอบรับต่อผลการประชุม ECB ทิศทางฟันด์โลว์ สถานการณ์ค่าเงินหยวน และตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนส.ค.ของจีน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแข็งค่าทดสอบแนว 36.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.42 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินยูโรซึ่งมีแรงหนุนให้ยืนเหนือระดับ Parity
หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 75 bps. ตามที่ตลาดคาด พร้อมกับส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง (อัตราดอกเบี้ย refinancing ขยับขึ้นมาที่ 1.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงินที่ ECB ขยับขึ้นมาที่ 0.75%)
อย่างไรก็ดีกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจผันผวนในระหว่างวัน เนื่องจากเงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงประคองจากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังจากประธานเฟดระบุว่า วัฎจักรดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐฯ จะยังไม่สิ้นสุดลงในอนาคตอันใกล้ และเฟดยังมีภารกิจสำคัญในการควบคุมเงินเฟ้อ
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 36.25-36.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามน่าจะอยู่ที่ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนส.ค.ของจีน ทิศทางฟันด์โฟลว์ และสถานการณ์ค่าเงินหยวน โดยนักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯในสัปดาห์หน้าอย่างใกล้ชิด







