thansettakij
thansettakij
‘กิตติอิสรานนท์’ คุม WEH เบ็ดเสร็จ มั่นใจลดความขัดแย้ง

‘กิตติอิสรานนท์’ คุม WEH เบ็ดเสร็จ มั่นใจลดความขัดแย้ง

NUSA มั่นใจอนาคต WEH เดินหน้าขยายลงทุนหรือเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หลังแลกหุ้นรายย่อย เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น 8% คุมเสียงข้างมาก ลดความขัดแข้งในผู้ถือหุ้น

ความขัดแย้งของผู้ถือหุ้นหลักในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จํากัด หรือ WEH ทำให้หนึ่งในผู้ถือหุ้นต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหาด้วยการเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยของ WEH นำหุ้นมาแลกกับหุ้นของบริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA ผ่านการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง (PP) ให้กับนักลงทุน 39 ราย คิดเป็นจำนวน 3,486,732,300 หุ้น

 

สำหรับหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวของ NUSA ได้เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ไปตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 แต่ติด Silent Period หรือเข้าข่ายห้ามซื้อขายเป็นระยะเวลา 1 ปีนับแต่วันที่หุ้นเพิ่มทุนเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากราคาหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายของ NUSA มีราคาต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด

อย่างไรก็ตามเดิม NUSA มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 8,041,082,611 หุ้น รวมหุ้น PP ใหม่ที่ติด Silent Period อีก 3,486,732,300 หุ้น ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว 11,527,814,911 หุ้น

 

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด(มหาชน)หรือ NUSA เปิดเผยว่า การเข้าลงทุนใน WEH เพราะมองในแง่ธุรกิจว่า ธุรกิจพลังงานเป็นธุรกิจของอนาคต แต่ที่ผ่านมาจะมีปัญหาเรื่องผู้ถือหุ้น เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นคนหนึ่งของ NUSA คือ คุณประเดช กิตติอิสรานนท์ ถือหุ้นประมาณ 30% ใน WEH และอีกกลุ่มคือ ครอบครัว ณรงค์เดช ผ่านโกลเด้นท์ 30% ที่เหลือเป็นนักลงทุนรายย่อย

นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด(มหาชน)

“NUSA เข้าไปแลกหุ้นจากนักลงทุนรายย่อยที่สมัครใจที่จะแลกหุ้นออกมา ซึ่งเป็นสัดส่วนเกือบ 8% เพื่อให้ครอบครัวของกิตติอิศรานนท์มีอำนาจในการตัดสินใจ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ การขยายธุรกิจ เพราะถ้ามองในแง่ธุรกิจแล้ว WEH มีศักยภาพมาก เพียงแต่เกิดความขัดแย้งในตัวผู้ถือหุ้น ทำให้คานอำนาจกันไปมา” นายวิษณุกล่าว

 

ทั้งนี้ หากมองผลตอบแทนจากการลงทุนใน NUSA น่าจะได้เงินปันผลประมาณ 185-200 ล้านบาทจากกำไรสุทธิ 5,000 ล้านบาทของ WEH ปี 2564 ซึ่งที่ผ่านมาได้เงินปันผลทุกปี แต่ในแง่นักลงทุนบางกลุ่มอาจต้องการกำไรจากราคาหุ้นบ้าง แต่ไม่สามารถเข้าจดทะเบียนได้ จึงอาจต้องการเงินสดออกไปก่อน และเมื่อโครงสร้างการถือหุ้นเปลี่ยนไป มีกลุ่มที่สามารถนำการตัดสินใจได้ จะเป็นผลดีที่สามารถสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง จากนี้ไปจึงไม่มีเหตุผลที่จะไม่สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ เพราะความขัดแย้งหมดไปแล้ว 

 

WEH ก่อตั้งเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2552 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 1,088 ล้านบาท ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยถือหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทยที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ 8 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 MW โดยมีผู้ถือหุ้นหลักคือ ครอบครัวกิตติอิสรานนท์ 40% ณุศาศิริ 7% โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด 38% และผู้ถือหุ้นอื่นๆ 15%

 

หน้าที่ 13  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 42 ฉบับที่ 3,798 วันที่ 7 - 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565