thansettakij
thansettakij
นักลงทุนฝากความหวังศก.ครึ่งปีหลัง ‘ทริส’ส่องธุรกิจ‘ฟุบ-ฟื้น’

นักลงทุนฝากความหวังศก.ครึ่งปีหลัง ‘ทริส’ส่องธุรกิจ‘ฟุบ-ฟื้น’

18 พ.ค. 59 | 08:00 น.
วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หน่วยงานสำคัญในภาคตลาดทุน 2 แห่ง คือ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้แถลงดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า และมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ ตลาดหุ้นและภาคธุรกิจ

[caption id="attachment_53946" align="aligncenter" width="700"] มุมมองทริส ต่อภาคธุรกิจปี 2559 มุมมองทริส ต่อภาคธุรกิจปี 2559[/caption]

เริ่มที่สภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยนายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการ เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า (เดือน ก.ค.2559 )ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.86% ดัชนียังคงอยู่ในกรอบทรงตัว (Neutral) โดยมาตรการและนโยบายภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญต่อความเชื่อมั่น ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนทุกกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่ปรับตัวสูงสุดกว่า 26.98%

อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่เป็นปัจจัยฉุดรั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุน ด้านหมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง น่าสนใจลงทุนมากที่สุด ขณะที่หมวดเหล็ก ยังเป็นอุตสาหกรรมที่มีความไม่น่าสนใจในสายตาของนักลงทุน

สำหรับปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายภาครัฐ ในขณะที่ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ เศรษฐกิจในประเทศที่ยังคงฟื้นตัวไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงไม่แน่นอน โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับปัญหาภัยแล้งที่ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร และภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบโดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ภาคการท่องเที่ยวที่มีการขยายตัวได้ดีและการไหลเข้าของเม็ดเงินการลงทุนเพิ่มขึ้นจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยพยุงเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)ฯ คาดว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวในช่วงไตรมาสที่ 2/2559 โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1,380-1,430 จุด (กรณีแย่สุดคาดมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1,350 จุด) โดยหากเปรียบเทียบกับระดับปิดของดัชนีในไตรมาสที่ 1/2559 ที่ 1,407 จุด จะพบว่าระดับการแกว่งตัวจะอยู่ระหว่าง 2-4% ซึ่งถือว่าไม่มากนัก

สาเหตุที่ทำให้คาดว่าหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัว เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกขาดปัจจัยหนุน เพราะประเมินว่าธนาคารกลางสำคัญของโลก ยังคงไม่รีบที่จะออกมาตรการกระตุ้นใหม่หลังจากเพิ่งประกาศในปลายไตรมาสที่ 1/2559 ส่วนธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ยังคงส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่ในระดับที่ช้าลงกว่าเดิม ทำให้ทิศทางของเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศชะลอตัว หากเทียบกับในช่วงไตรมาสที่ 1/2559 ที่เห็นนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้นักลงทุนทั้งสถาบันและบุคคลจะรอดูผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน(บจ.)ในไตรมาสที่ 1/2559 หลังจากราคาหุ้นเพิ่มขึ้นจนทำให้ค่าพีอี เรโช ของตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยไปแล้ว รวมถึง รอประเมินผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงสุดในไตรมาสที่ 2 นี้

อย่างไรก็ตามยังคงมีความหวังกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 เนื่องจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลซึ่งตามแผนจะเห็นการประมูลโครงการต่างๆ ในช่วงครึ่งหลังปี2559 รวมถึงเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออก ทำให้บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ คาดว่าหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปี 2559

นางสาววัฒนา ถิรานุชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2559 คาดว่าจะยังคงอ่อนตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยมีอัตราการขยายตัวระหว่าง 2.7-3.0% จากปีก่อนที่ขยายตัวราว 2.8% ซึ่งต่ำกว่าศักยภาพของประเทศที่เคยขยายตัวเฉลี่ย 4.5% ในช่วงปี 2543-2555

ปัจจัยสนับสนุนหลักของเศรษฐกิจในปีนี้มาจากมาตรการของรัฐบาลในการกระตุ้นการบริโภคในประเทศและการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน รวมทั้งการฟื้นตัวของราคาสินค้าเกษตรที่จะส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกร

ขณะที่ปัจจัยลบที่ยังคงมีอยู่ ได้แก่ การฟื้นตัวที่ต่ำกว่าคาดของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่สำคัญของประเทศไทยโดยเฉพาะจีน อาเซียน และญี่ปุ่น ในขณะที่มาตรการที่มีลักษณะเป็นการกีดกันทางการค้าสินค้าเกษตรส่งออกของไทยในอเมริกาและยุโรปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งผลกระทบจากภาวะภัยแล้งและสภาพภูมิอากาศที่อาจะกระทบต่อผลผลิตในประเทศ

สำหรับธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในปี 2559 ความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มทรงตัวถึงลดลงจากปีก่อนเนื่องจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ตลอดจนภาระหนี้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้มีหนี้เสียเพิ่มขึ้น และความสามารถในการทำกำไรลดลงจากภาระการสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,157 วันที่ 15 - 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market