thansettakij
thansettakij
เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ฯ

เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ฯ

25 ก.พ. 65 | 12:26 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ก.พ. 65 | 19:33 น.

เงินบาทสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย และสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวมฟื้นตัวกลับมาบางส่วนตามการปรับโพสิชันของนักลงทุน หลังจากเผชิญแรงขายหนักในช่วงก่อนหน้านี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน  6 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์หน้า 28ก.พ.-4มี.ค.2565

เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาท สกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย และสินทรัพย์เสี่ยงในภาพรวมฟื้นตัวกลับมาบางส่วนตามการปรับโพสิชันของนักลงทุน (หลังจากเผชิญแรงขายหนักในช่วงก่อนหน้านี้)

 

 

อย่างไรก็ดีตลาดยังคงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด  นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงประคองเพิ่มเติมจากสัญญาณฟันด์โฟลว์ที่นักลงทุนต่างชาติกลับมามีสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยในวันนี้ด้วยเช่นกัน

สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์ในวันนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 2,477.30 ล้านบาท และ 1,807 ล้านบาท ตามลำดับ

 

ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 โดยธปท. อยู่ที่ -1.91 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ 0.86 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า ระหว่างวันที่ 28ก.พ.-4มี.ค.2565 คาดไว้ที่ 32.20-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ

 

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน  6 ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ระหว่างยูเครน-รัสเซีย รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนม.ค. ของธปท. ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของไทย ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19

 

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูล PMI และ ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP เดือนก.พ. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของเฟด นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนก.พ. ของจีน อังกฤษ และยุโรปด้วยเช่นกัน