
กสิกรไทยมอง กรอบเงินบาทที่ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯวันที่3-7ม.ค.2565
กสิกรไทยมอง กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 3-7มกราคม 2565 หลังขยับแข็งค่าในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564
ธนาคารกสิกรไทยมองสัปดาห์หน้าระหว่างวันที่ 3-7มกราคม 2564 กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.80-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนของต่างชาติ สถานการณ์โควิด-19 และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของไทย
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การจ้างงานภาคเอกชน ดัชนี PMI และ ISM ภาคการผลิตและภาคบริการเดือนธ.ค. ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานการประชุมเฟดเมื่อ 14-15 ธ.ค. 64 นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามข้อมูล PMI เดือนธ.ค. ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ และตัวเลขเงินเฟ้อเดือนธ.ค. ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เงินบาทขยับแข็งค่าในสัปดาห์สุดท้ายของปี 2564 โดยเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับค่าเงินหยวนและอีกหลายสกุลในเอเชียท่ามกลางความกังวลต่อการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ทั้งในและต่างประเทศ
อย่างไรก็ดีกรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากยังคงมีแรงประคองต่อเนื่องจากสถานะซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายเป็นระยะๆ หลังมีรายงานระบุว่า อาการป่วยของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนอาจไม่รุนแรง และมีความเสี่ยงน้อยที่จะต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล
โดยในวันพฤหัสบดี (30 ธ.ค. 64) เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ที่ 33.32 ก่อนจะกลับมาปิดตลาดในประเทศที่ 33.38 เทียบกับระดับ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (24 ธ.ค. 64)







