thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดบวก 242  จุด หลัง"พาวเวล"ยืนยันเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

ดาวโจนส์ปิดบวก 242 จุด หลัง"พาวเวล"ยืนยันเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

27 ส.ค. 64 | 23:57 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 64 | 07:06 น.

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,455.80 จุด เพิ่มขึ้น 242.68 จุด ขานรับ"เจอโรม พาวเวล" ปธ.เฟด ยืนยันเฟดจะไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้จะมีการปรับลดวงเงิน QE ก่อนสิ้นปีนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,455.80 จุด เพิ่มขึ้น 242.68 จุด หรือ +0.69%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,509.37 จุด เพิ่มขึ้น 39.37 จุด หรือ +0.88% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,129.50 จุด เพิ่มขึ้น 183.69 จุด, +1.23%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ บวก 1%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.5% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2.8%

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก โดยกลุ่มพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.62% ขณะที่กลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มสาธารณูปโภคปรับตัวลง
 

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นขานรับถ้อยแถลงของถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ในการประชุมประจำปีของเฟดผ่านทางระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ในวันศุกร์ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะเริ่มปรับลดวงเงิน QE ก่อนสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ดี เขาระบุว่า การที่เฟดปรับลด QE นั้น ไม่ได้หมายความว่า เฟดจะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมาแต่อย่างใด

ปธ.เฟดกล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐได้มาถึงจุดที่ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากนโยบายการเงินของเฟดอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะเริ่มปรับลดวงเงิน QE ก่อนสิ้นปีนี้ตราบใดที่เศรษฐกิจยังคงมีการขยายตัว

นายพาวเวลกล่าวว่า กำหนดเวลาและอัตราการปรับลด QE ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณโดยตรงถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเราจะมีบททดสอบที่เข้มงวดมากขึ้นและแตกต่างออกไป    

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า การใช้จ่ายส่วนบุคคลของผู้บริโภคสหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียง 0.3% ในเดือนก.ค. สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย. ขณะที่รายได้ส่วนบุคคลพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 0.3%

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ พุ่งขึ้น 3.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2534 สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากดีดตัวขึ้น 3.6% เช่นกันในเดือนมิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PCE พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.ค. หลังจากดีดตัวขึ้น 0.5% ในเดือนมิ.ย.