
กลุ่มโรงไฟฟ้ารับอานิสงส์บอนด์ยีลด์ลดลง หนุนหุ้นไทยปิดบวก 2.36 จุด
หุ้นไทยปิดบวก 2.36 จุด รับแรงซื้อคลายกังวลหลังเฟดส่งสัญญาณใช้มาตรการคิวอีต่อ ไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และกลุ่มโรงไฟฟ้าได้ประโยชน์บอนด์ยีลด์ลดลง แต่มีแรงขายกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกทรุด และตัวเลขติดเชื้อโควิดในประเทศพุ่งต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 16 กรกฎาคม 2564 เคลื่อนไหวผันผวนในแดนบวกและลบตลอดทั้งวัน รับแรงซื้อจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) ต่อไป และไม่เร่งปรับข้ึนอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ และกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ปรับตัวขึ้น รับประโยชน์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐปรับตัวลง แต่มีแรงขายกดดันจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลง หลังซาอุฯ-ยูเออีได้ข้อสรุปการเพิ่มกําลังการผลิตน้ํามัน และตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด - 19 ในประเทศยังทรงตัวระดับสูง และเสียชีวิตต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ 1,574.37 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.15% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 80,445.35 ล้านบาท ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,575.66 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,567.17 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
GPSC ปิดที่ 79.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,912.07 ล้านบาท
GUNKUL ปิดที่ 4.84 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,633.45 ล้านบาท
BANPU ปิดที่ 14.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,972.22 ล้านบาท
RCL ปิดที่ 56.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,911.01 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 114.50 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,783.93 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่ดันดัชนีมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
PTT ปิดที่ 37.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มีผลต่อดัชนี 0.6211 จุด
PTTEP ปิดที่ 112.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มีผลต่อดัชนี 0.518 จุด
STGT ปิดที่ 39.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มีผลต่อดัชนี 0.4971 จุด
BDMS ปิดที่ 23.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท มีผลต่อดัชนี 0.4147 จุด
PTTGC ปิดที่ 58.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท มีผลต่อดัชนี 0.3922 จุด






