
"นพพร" ยัน "ณพ ณรงค์เดช" ต้องคืนหนี้ 762.55 ล้านเหรียญสหรัฐ
"นพพร ศุภพิพัฒน์" ผู้ก่อตั้ง "วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง (WEH) แถลงข่าวออนไลน์ ย้ำ "ณพ ณรงค์เดช" ต้องคืนหนี้ 762.55 ล้านเหรียญ จ่อยื่นศาลอังกฤษ พิพากษาคดี "โกลเด้น มิวสิค"
นายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งและอดีตผู้ถือหุ้น บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) เปิดเผยผ่านงานแถลงข่าวออนไลน์ ทางออกบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด ว่า จากกรณี นายณพ ณรงค์เดช ให้ข่าวว่าคำตัดสินของศาลสิงคโปร์ให้ตนไม่ผิดสัญญาซื้อหุ้นกลุ่ม WEH-พ้นทุกข้อกล่าวหา มองว่าคำตัดสินไม่ได้เป็นตามข้อสรุปดังกล่าว แต่ข้อมูลที่ถูกต้องคือศาลสิงคโปร์มีคำพิพากษาเพิกถอนคำชี้ขาดเนื่องจากระบวนการพิจารณาของคดีอนุญาโตตุลาการในคดีค่าหุ้นส่วนที่เหลือจำนวน 525 ล้านเหรียญพร้อมดอกเบี้ยผิดนัด และค่าใช้จ่าย ยังขาดความสมบูรณ์
สำหรับคำตัดสินดังกล่าว ไม่ได้ตัดสินว่า นายณพ ณรงค์เดช ไม่ได้เป็นหนี้ ค้างชำระค่าหุ้น จำนวน 525 ล้านเหรียญบวกดอกเบี้ย ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่ออกมา โดยมองว่านายณพ ณรงค์เดช ยังคงต้องจ่ายเงินต้นดังกล่าวรวมถึงดอกเบี้ย ซึ่งมีมูลค่ารวม 762.55 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 24,000-25,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กรณีข่าวดังกล่าวระบุว่า ทนายที่ชื่อนายปกปัก ทองภักดี และนายณพให้ข่าวต่อสื่อว่าศาลสิงคโปร์พิพากษาชี้ชัด ณพ ณรงค์เดช ไม่ผิดสัญญาซื้อหุ้นกลุ่ม WEH-พ้นทุกข้อกล่าวหา โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งนี้ถือเป็นที่สิ้นสุด นั่นหมายถึงนายณพไม่ได้ติดค้างชำระค่าหุ้น ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่เกิดจากการซื้อหุ้นตามที่โดนกล่าวหาและไม่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในกระบวนพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการตามที่นายนพพรร้องขอ เท่ากับว่านายณพได้ชำระเงินค่าหุ้นที่ซื้อจากนายนพพร ผู้ต้องหาหนีคดี ครบถ้วนสมบูรณ์ตามสัญญาซื้อขายแล้ว
"ที่ผ่านมา คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ มีคำชี้ขาดตัดสินให้ นายณพ ชำระค่าหุ้นให้ตนเอง แต่นายณพเพิกเฉยไม่ดำเนินการตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ อีกทั้งนายณพและพวก โดยเฉพาะทีมทนายส่วนตัวของนายณพ ยังวางแผนโอนหุ้นไปให้พรรคพวกตัวเองในราคาที่ต่ำ และหุ้นบางส่วนก็ขายไปให้คนนอกที่ไม่รู้เรื่องในราคาสูง เช่น บริษัท AQ Estate ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหลังจากนายณพได้เงินจากการขายหุ้นมา แต่ไม่เคยนำเงินมาชำระหนี้เพิ่มเติม"
ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างยื่นเรื่องคดีหลักต่อศาลในประเทศอังกฤษ ให้ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันสมคบคิดฉ้อฉล (conspiracy) กับจำเลยต่างๆ รวมถึงบริษัทโกลเด้น มิวสิค ของนายณพในประเทศฮ่องกง ซึ่งครอบครองหุ้น WEH จำนวนกว่า 42 ล้านหุ้น และมีมูลค่ามากพอที่จะนำเงินมาใช้หนี้บางส่วนได้ ภายหลังหากถูกบังคับคดีขายทอดตลาด ซึ่งกระบวนการพิจารณาสืบพยานคาดว่าจะเริ่มต.ค. 2565 และคาดว่าจะมีคำพิพากษาตัดสินคดีได้ในปี 2566 ถือเป็นคดีหลักสำหรับข้อพิพาทระหว่างบริษัทของนายนพพร กับกลุ่มนายณพ ณรงค์เดช ทั้งนี้หุ้น WEH ทั้งหมดที่โกลเด้น มิวสิคถือ ยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามจำหน่าย จ่ายโอน โดยศาลสูงอังกฤษ






