thansettakij
thansettakij
แนะลุยหุ้นอานิสงส์เปิดเมือง

แนะลุยหุ้นอานิสงส์เปิดเมือง

19 พ.ค. 64 | 20:30 น.

โบรกเผยคืบหน้าฉีดวัคซีนมีนํ้าหนักต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย มั่นใจรัฐบาลเดินหน้าฉีดได้ตามแผน หลังจัดหาวัคซีนเพิ่ม และเปิด Walk-In ชี้หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและได้ประโยชน์เปิดเมือง รับอานิสงส์

สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ยังคงพบผู้ติดเชื้อทรงตัวในระดับสูง และเสียชีวิตต่อเนื่อง อีกทั้งล่าสุดยังพบการแพร่ระบาดในเรือนจำ และที่พักคนงาน ทำให้กดดันการลงทุนและตอกยํ้า “Sell in May” ที่ผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว ถึงแม้จะมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งออกมามองว่า ปีนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น รวมถึงยังมีการผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มของรัฐบาล และมีความหวังจากวัคซีนมากขึ้นก็ตาม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป

รายงานข่าวจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยตั้งแต่วันที่ 3 -17 พฤษภาคม 2564 ปรับลดลง 33.97 จุด หรือ 2.15% ปรับลดลงมากกว่าเดือนเมษายนที่ลดลง 4.08 จุด หรือ 0.26% โดยครึ่งเดือนพฤษภาคมนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิที่ 19,627.04 ล้านบาท มากกว่าทั้งเดือนเมษายนที่ขายสุทธิ 3,359.14 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 33,476.86 ล้านบาท มากกว่าทั้งเดือนเมษายนที่ซื้อสุทธิ 17,987.86 ล้านบาท 

ทั้งนี้เม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียต่อเนื่อง หลังโควิด-19 กลับมาระบาดหนักทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอินเดีย สานทางกับฝั่งสหรัฐและยุโรปที่สถานการณ์มีพัฒนาการดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐวานนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นราว 17,000 ราย ตํ่าที่สุดในรอบ 1 ปีตั้งแต่มีการระบาด

แนะลุยหุ้นอานิสงส์เปิดเมือง

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเชีย พลัส จำกัดเปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่มีนํ้าหนักต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทยมากที่สุด คือความคืบหน้าของการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด -19 โดยปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวน 705 ล้านราย หรือประมาณ 9% ของประชากรโลก ซึ่งประเทศที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่อประชากรสูงจะอยู่ในแถบยุโรป และสหรัฐ เช่น อังกฤษ, ยุโรป, สหรัฐ, แคนาดา และบราซิล ส่วนประเทศในแถบเอเชียมีอัตราการฉีดวัคซีนตํ่ากว่า เช่น อินเดีย, เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น มองว่าเศรษฐกิจของประเทศแถบยุโรป และสหรัฐ จะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ก่อน จากการฉีดวัคซีนจะช่วยให้กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาได้ง่ายขึ้น ด้านเศรษฐกิจประเทศแถบเอเชียจะฟื้นตัวตามมาในลำดับต่อไป

ขณะที่ปัจจุบันไทยมีจำนวนผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว จำนวน 2.26 ล้านราย หรือประมาณ 3.3% ของประชากรทั้งประเทศ และจากแผนการฉีดวัคซีนของรัฐ จะพบว่าไทยตั้งเป้าว่าในปี 2564 จะฉีดวัคซีนให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 100 ล้านโดส ซึ่งจะครอบคลุมประชากร 50 ล้านราย หรือประมาณ 71.8% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งเชื่อว่าการฉีดวัคซีนจะสามารถดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากภาครัฐเดินหน้าจัดหาวัคซีนอย่างต่อเนื่อง เช่น SINOVAC,
AstraZeneca และ Pfizer รวมถึงในเดือนมิถุนายน2564 นี้ รัฐจะเปิดให้ประชาชนสามารถเดินทางไปรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์กระจายวัคซีนได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียน (Walk-In) อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์ เช่น หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล และหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์เปิดเมือง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มสายการบิน, กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มค้าปลีก 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีแรงกดดันหลักจากตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้นและมีการพบคลัสเตอร์ใหม่ๆ ต่อเนื่อง เป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการผ่อนคลายให้กับร้านอาหาร รวมทั้งหุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI Global Standard และหุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap ซึ่งจะมีผลในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่และตลาดยุโรปเคลื่อนไหวในแดนบวก ตอบรับการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก หลังจากที่ตัวเลขเศรษฐกิจทั้งของสหรัฐและยุโรปต่างออกมาดี  ขณะที่ตลาดในเอเชียปรับตัวลงไปมากในช่วงก่อนหน้านี้รับผลจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งตลาดฯได้ตอบรับไปมากแล้วทำให้เห็นการรีบาวด์กลับขึ้นมาได้บ้าง 

“สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในบ้านเรา ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป  โดยแรงซื้อที่เข้ามาส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) อย่างหุ้นในกลุ่มพลังงงาน, กลุ่มปิโตรเคมี และหุ้น MINT ที่ขึ้นมาโดดเด่น ซึ่งรับประโยชน์จากยุโรปคลายล็อกดาวน์ ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้” น.ส.ธีรดากล่าว 

ด้านบล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ระบุว่า มีการปรับลดประมาณการกำไรกลุ่มโรงแรมปี 2564 ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยคำนึงถึงผลกระทบของการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยอย่างไรก็ตาม ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดการท่องเที่ยวซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเปิดตัววัคซีนทั่วโลก คาดว่าจะเห็นความก้าวหน้าที่ดีขึ้นของอัตราการฉีดวัคซีนทั่วประเทศในไตรมาส 4 ปี 2564 ทั้งนี้ ยังคงคำแนะนำนํ้าหนักการลงทุนเท่ากับตลาด  

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,680 วันที่ 20 - 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564