
ปัจจัยลบรอบด้าน กดดันหุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด
หุ้นไทยปิดลบ 7.08 จุด รับแรงขายตามเพื่อนบ้าน หลังดาวโจนส์ร่วง 473 จุด กังวลเงินเฟ้อเร่งตัว หวั่นเฟดขึ้นดอกเบี้ยตาม ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศทรงตัวระดับสูง และเสียชีวิตต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 เคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน รับแรงขายตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค หลังดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงแรง 473 จุด จากความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นตามการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามมา อีกทั้งตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่ทรงตัวระดับสูง และเสียชีวิตต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,571.85 จุด ลดลง 7.08 จุด หรือเปลี่ยนแปลง0.45% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 117,160.58 ล้านบาท ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,578.34 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,557.94 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
DELTA ปิดที่ 558.00 บาท เพิ่มขึ้น 94.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 9,545.47 ล้านบาท
TIDLOR ปิดที่ 41.00 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,335.84 ล้านบาท
KBANK ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 5.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 6,035.43 ล้านบาท
CBG ปิดที่ 115.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,346.26 ล้านบาท
KCE ปิดที่ 62.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,213.14 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่กดดัชนีมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่
CRC ปิดที่ 32.50 บาท ลดลง 2.50 บาท มีผลต่อดัชนี -1.3177 จุด
PTT ปิดที่ 39.75 บาท ลดลง 0.50 บาท มีผลต่อดัชนี -1.2481 จุด
KBANK ปิดที่ 119.50 บาท ลดลง 5.50 บาท มีผลต่อดัชนี -1.1389 จุด
AOT ปิดที่ 60.00 บาท ลดลง 0.75 บาท มีผลต่อดัชนี -0.9364 จุด
SCC ปิดที่ 462.00 บาท ลดลง 8.00 บาท มีผลต่อดัชนี -0.839 จุด






