
รัฐอัดฉีด‘คนละครึ่ง เฟส3’ 5 หมื่นล.
นายกฯหารือมาตรการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ เร่งหน่วยงานเสนอมาตรการโดยเร็วกอบกู้ความเชื่อมั่นประชาชน จากคลื่นโควิด-19 รอบเม.ย. คลังพร้อมเสนอครม.5 พ.ค.นี้ ดัน “คนละครึ่ง เฟส3” เปิดลงทะเบียนให้เริ่มใช้มิ.ย.นี้ เติมเม็ดเงิน 5 หมื่นล้านหล่อเลี้่ยงเศรษฐกิจ ยืด “เราเที่ยวด้วยกัน” ไปสิ้นปี
หลังเรียกโอนอำนาจกฎหมาย 31 ฉบับไว้ที่นายกรัฐมนตรี เพื่อเอกภาพบัญชาการต่อสู้การระบาดเชื้อโควิด-19 นอกจากสรุปความชัดเจนเรื่องวัคซีนทางเลือกแล้ว ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมทีมหน่วยงานเศรษฐกิจ หารือการประเมินผลกระทบ มาตรการเยียวยา และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยกำชับให้เร่งดำเนินการเร็วที่สุด หน่วยงานไหนพร้อมเสนอที่ประชุมครม. 5 พ.ค.ได้เลย หากรายละเอียดยังไม่เสร็จให้ขออนุมัติหลักการไว้ก่อน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่านายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงความคืบหน้าของการออกมาตรการในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกล่าสุดหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการมอบหมายให้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และกระทรวงการคลัง ทำมาตรการมาเสนอ
โดยนายกรัฐมนตรีต้องการเร่งให้ประกาศมาตรการให้ประชาชนได้ทราบ เพื่อให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจกับความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้น จึงให้มีการนำชุดมาตรการที่จะออกมาเป็นหลักการเบื้องต้นเสนอให้ ครม.พิจารณาก่อน
ทั้งนี้ หน่วยงานเศรษฐกิจได้ให้ข้อมูลกับนายกรัฐมนตรี ว่า มาตรการเยียวยาประชาชนยังต้องใช้เวลาในการประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทางเศรษฐกิจอย่างรอบ ด้านเนื่องจากสถาน การณ์การแพร่ระบาดครั้งนี้รุนแรงและกระทบวงกว้า ต้องดูว่าวงเงินที่จะใช้เยียวยาเท่าไหร่จึงจะเพียงพอเหมาะสม
สำหรับมาตรการที่สามารถดำเนินการได้เลยคือมาตรการ “คนละครึ่ง” เฟส 3 ซึ่งใช้วงเงินประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท ซึ่งกระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯ ที่มี สศช.เป็นประธานแล้ว คาดว่ารายละเอียดของโครงการนี้จะมีการพิจารณาและนำเข้าสู่การประชุมของ ครม.ในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน พ.ค.นี้
รวมทั้งเปิดลงทะเบียนในเดือน พ.ค.และมีผลในเดือน มิ.ย.นี้ โดยมาตรการที่ดำเนินการจะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยได้ หลังจากมาตรการเศรษฐกิจที่ออกมาก่อนหน้านี้ทยอยหมดลงปลายเดือน พ.ค.นี้
ส่วนมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 มีแนวความคิดให้เลื่อนโครงการออกไปในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมหลังจาก ศบค.ประกาศขอให้มีการงดการเดินทางในหลายพื้นที่เพื่อจำกัดการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งการเลื่อนระยะเวลาโครงการเที่ยวด้วยกันจากเดิมที่ให้สิทธิ์เราจอง 2 ล้านสิทธิ์ เริ่มต้นในวันที่ 17 พ.ค.นี้
ทั้งนี้ คาดว่าจะให้เริ่มลงทะเบียนใหม่ในเดือน มิ.ย.และขยายระยะเวลาการสิ้นสุดโครงการไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ส.ค.2564
นอกจากนี้ พล.อ. ประยุทธ์ยังกำชับผู้บริหารสำนักงบประมาณ ขณะเข้ารายงานความคืบหน้าการเบิกจ่ายงบประมาณ ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2564 (1ต.ค.2563-31มี.ค.2564) ว่า ให้ส่วนราชการและหน่วยรับงบประมาณทุกหน่วย เร่งดำเนินการก่อหนี้ผูกพันและเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะกรณีรายจ่ายลงทุนรายการปีเดียวและรายการผูกพันใหม่ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากขณะนี้ได้เข้าสู่ไตรมาสที่3 ของปีงบประมาณแล้ว และให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือรัฐมนตรีทีกำกับดูแลหรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณหรือรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายกำกับดูแล เร่งรัด ติดตามและประเมินการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมายหรือแผนที่กำหนด โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพและการกระตุ้นให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,676 วันที่ 6 - 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564






