
คลังสั่งระงับชั่วคราว 2,744 ร้านค้า หลังพบส่อพิรุธ “เราชนะ”
คลัง สั่งระงับสิทธิชั่วคราว “เราชนะ” 2,744 ร้านค้า หลังพบทำธุรกรรมผิดปกติ พร้อมเปิดโอกาสให้ชี้แจงภายใน 14 พ.ค. นี้ ก่อนเดินหน้าตรวจสอบตามขั้นตอน พร้อมขยายผลดำเนินคดี
นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่30 เมษายน 2564 กระทรวงการคลังได้ระงับสิทธิชั่วคราวการเข้าร่วมโครงการของผู้ประกอบการเพิ่มเติมจำนวน2,744ราย เนื่องจากตรวจพบธุรกรรมที่มีความผิดปกติและเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะ ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเราชนะได้ตรวจสอบการระงับสิทธิ โดยการเข้าใช้แบนเนอร์ “เราชนะ”ในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”หากท่านถูกระงับการใช้งานขอให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามข้อความแนะนำที่ปรากฏขึ้นในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป
ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการซึ่งถูกระงับสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงมายังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (โครงการเราชนะ) ภายในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วกระทรวงการคลังจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยวิธีการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรื่องร้องเรียนสำหรับโครงการเราชนะซึ่งทำให้ผู้ประกอบการอาจเสียสิทธิในการเข้าร่วมโครงการเราชนะและถูกตรวจสอบขยายผลสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะที่ความคืบหน้าในการตรวจสอบผู้ประกอบการตามโครงการเราชนะ หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนและหน่วยงานอื่นๆของรัฐว่ามีผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการเราชนะที่ผ่านมา โดยกระทรวงการคลังได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมและระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการของผู้ประกอบการแล้วทั้งสิ้นจำนวน 161 ราย และได้จัดส่งข้อมูลผู้ประกอบการดังกล่าวให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนักงานประกันสังคมเป็นต้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขยายผลการสืบสวนสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
โดยโฆษกกระทรวงการคลังได้ย้ำว่ากระทรวงการคลังจะเร่งติดตามตรวจสอบประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของโครงการอย่างใกล้ชิดจึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการของกระทรวงการคลังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของแต่ละโครงการอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้เสียสิทธิการเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของรัฐในอนาคตและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย






