thansettakij
thansettakij
Sell in May กดดันหุ้นไทย

Sell in May กดดันหุ้นไทย

02 พ.ค. 64 | 19:25 น.

จับตา “Sell in May” หลังปี 63 พลิกเป็นบวก โบรกชี้กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีฟื้นตามเศรษฐกิจโลก หนุนกำไรบจ.ดีขึ้น มองหุ้นไทย Underperform มีโอกาสถูกขาย หากวัคซีนยังล่าช้า ส่อกระทบปรับลดจีดีพีลง

ดัชนีการลงทุนในตลาด หลักทรัพย์ (SET Index) เริ่มแสดงการปรับฐาน จากปัจจัยลบในประเทศ ที่ยังมีความกังวลต่อสการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่  ซึ่งรุนแรงกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมามาก ทั้งจากจำนวนผู้ติดเชื่อรายใหม่และแพร่กระจายไปในหลายจังหวัด ทำให้ล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงจากเดิม 2.8% เหลือเพียง 2.3%

ขณะเดียวกันยังต้องเผชิญกับแรงขายจากปรากฏการณ์ “Sell in May” ที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจและจับตาการซื้อขาย
ในตลาดหุ้นไทยเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงของการเสร็จสิ้น
ประกาศผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 1และประกาศจ่ายเงินปันผล ทำให้เกิดความผันผวนจากการขายเก็งกำไร หลังตอบรับผลการดำเนินงานบจ. และรับเงินปันผลกันแล้ว โดยจากสถิติย้อนหลังส่วนใหญ่ ดัชนีหุ้นไทยจะปรับลดลงมากกว่าปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ของแต่ละปีด้วย

รายงานข่าวจากตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากตลท.ย้อนหลัง 6 ปี ตั้งแต่ปี 2558-2563 พบว่า ในเดือนพฤษภาคม ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง 4 ปี และปรับเพิ่มขึ้น 2 ปี ในปี 2559 และ 2563 โดยปีที่ปรับลดลงมากที่สุด คือปี 2562 ลดลง 53.30 จุด หรือ 3.18% ส่วนปีที่ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือปี 2563 เพิ่มขึ้น 41.19 จุด หรือ 3.16% นอกจากนี้ ยังพบว่าดัชนีที่ปิดลดลงในเดือนพฤษภาคม ปี 2560 มีการปรับขึ้นถึง 8 เดือน แต่ลดลงเพียง 4 เดือน และดัชนีที่ปิดเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 มีการปรับลดลงถึง 8 เดือน สวนทางกับปรับเพิ่มขึ้นเพียง 4 เดือน

สถิติดัชนีหุ้นไทยเดือนพฤษภาคม ปี 2558-2563

สำหรับดัชนีหุ้นไทยในปี 2564 ตั้งแต่ 2 มกราคม-28 เมษายน 2564 ปรับเพิ่มขึ้น 127.44 จุด หรือ 8.79% โดยดัชนีปิดสิ้นเดือนปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม - มีนาคม ขณะที่ วันที่ 1 - 28 เมษายน ปรับลดลง 10.42 จุด หรือ 0.66% ด้านการซื้อ
ขายสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ขายสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 อยู่ที่ 32,554.26 ล้านบาท ซึ่งขายสุทธิสูงสุดในเดือนกุมภาพันธ์ที่ 18,698.06 ล้านบาท และตั้งแต่วันที่ 1 - 28 เมษายน ขายสุทธิ 2,884.87 ล้านบาท

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2564 มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “Sell in May” เนื่องจากคาดว่าในเดือนพฤษภาคม 2564 ตลาดหุ้นไทยยังตํ่ากว่าอุตสาห กรรม (Underperform) จากความล่าช้าในการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กระทบภาพรวมเศรษฐกิจ ขณะที่ ตลาดหุ้น
ทั่วโลกยังเป็นขาขึ้น และปรับขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องหลังนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับตํ่า แต่ตลาดหุ้นไทยทำได้เพียงปรับขึ้นมาอยู่ในระดับก่อนเกิดวิกฤติไวรัสโควิด ปี 2563 เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มองว่าดัชนีหุ้นไทยอาจจะถึง 1,600 จุดได้ แต่ไปได้ไม่ไกล เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านการประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่อาจจะปรับลดคาดการณ์ได้อีก อีกทั้งช่วงนี้เป็นการเก็งกำไรระยะสั้นในบจ.ที่มีผลการดำเนินงานออกมาตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ขณะเดียวกัน หากมีการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เร็ว ก็อาจจะไม่เห็นการขายในเดือนพฤษภาคมก็ได้

นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะเกิด “Sell in May” แต่ในปีนี้มีโอกาสที่จะไม่เกิด หลังจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก ทำให้มีโอกาสปรับประมาณการกำไรบจ.ปีนี้ขึ้น โดยคาดว่าในไตรมาสแรก ปี 2564 กำไรบจ.จะอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท เติบโตจากฐานไตรมาสแรก ปี 2563 ที่อยู่ที่ 90,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังมองว่าดัชนีจะไปถึงเป้าที่ตั้งไว้ 1,670 จุด

ขณะที่ ในระยะถัดไป ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจะดีขึ้น หากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ดี รวมถึงมีการกระจายวัคซีน ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มเห็นรัฐบาลหารือร่วมกับเอกชนในการจัดหาวัคซีนทางเลือกอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ถ้ามีความคืบหน้าชัดเจน มองว่าจะเป็นจุดที่สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนให้ดีขึ้นตามแน่นอน

รายงานข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ระบุว่า หากดูจากสถิติมีความน่าจะเป็นสูงที่มีโอกาสเกิด Sell in may ขึ้น โดยสถิติย้อนหลังไป 10 ปี มี 7 ใน 10 ปี ที่ SET ในเดือน พฤษภาคมปรับตัวลง หรือคิดเป็นความน่าจะเป็นที่ระดับสูงกว่า 70% และหากดูเฉพาะในปีนี้ หาก 4 เดือนก่อนหน้าคือมกราคม-เมษายนของทุกปี หาก SET มีการปรับตัวขึ้นไปก่อนหน้าแล้ว โอกาสเกิด Sell in May หรือการที่ SET จะปรับตัวลงในเดือน พฤษภาคมมีความน่าจะเป็นสูงถึง 90%

ดังนั้นหากดูในปีนี้ที่ SET ในเดือน มกราคม-เมษายน หรือนับแต่เดือน เมษายนปีก่อน SET ยังไม่เคยเกิดการปรับฐานเลย ยิ่งเพิ่มโอกาสมากขึ้นว่า ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีโอกาสเกิด Sell in May 

 

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,675 วันที่ 2 - 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market