
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ “แข็งค่า” ที่ระดับ 31.34 บาท/ดอลลาร์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท-ระหว่างวันอาจจะคล้ายกับหลายวันที่ผ่านมา ที่จะเห็นกลับมาอ่อนค่าลง ตลาดจะรอจับตาการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ของสหรัฐต่อสภาคองเกรส
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.34 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่า”ขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 31.36 บาทต่อดอลลาร์-ระหว่างวันอาจจะคล้ายกับหลายวันที่ผ่านมา ที่จะเห็นกลับมาอ่อนค่าลง หากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทวีความรุนแรงมากขึ้น กดดันให้ตลาดลดการถือครองสินทรัพย์ไทย-ตลาดจะรอจับตาการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ วงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต่อสภาคองเกรส
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่าตลาดการเงินโดยรวมยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น แม้ว่า รายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะออกมาดีเกินคาด และผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ระบุชัดเจนว่า เฟดยังไม่เร่งรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน แม้ว่าการฟื้นตัวเศรษฐกิจจะดีขึ้นก็ตาม โดยในฝั่งสหรัฐฯ ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ S&P500 ย่อตัวลงเล็กน้อย ราว 0.08% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ก็ปิดลบราว 0.28% ส่วนในฝั่งยุโรป ดัชนีหุ้นยุโรป STOXX50 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.08%
อย่างไรก็ดี ภาวะระมัดระวังตัวของตลาดและท่าทีของเฟดที่ไม่เร่งรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการปรับลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องหรือคิวอี ก็ช่วยหนุนให้ นักลงทุนยังคงเข้ามาถือบอนด์ 10ปี สหรัฐฯ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงราว 4bps จากระดับ 1.65% ในช่วงก่อนการประชุมเฟด มาสู่ระดับ 1.61% สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่า บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ จะแกว่งตัวในกรอบในระยะสั้น โดยผู้เล่นส่วนใหญ่จะรอคอยให้ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น (ราคาบอนด์ลดลง) ก่อนที่จะเข้าซื้อ (Buy on Dip) ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดบอนด์ อาจรอจับตาการแถลงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ วงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต่อสภาคองเกรสในวันนี้ โดยหากเสียงในสภาส่วนใหญ่เห็นชอบ อาจทำให้ตลาดมองว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจมหาศาลอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดบอนด์ ผ่านการออกบอนด์เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้บอนด์ยีลด์ 10ปี ปรับตัวขึ้นได้อีกครั้ง
ในฝั่งตลาดค่าเงิน ท่าทีที่ไม่เร่งรีบปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของเฟด นอกจากจะทำให้บอนด์ยีลด์ 10ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงแล้ว ยังทำให้เงินดอลลาร์ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยล่าสุด ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงราว 0.5% สู่ระดับ 90.5 จุด ส่งผลให้ สกุลเงินอื่นๆ อาทิ เงินยูโร (EUR) และ เงินปอนด์ (GBP) แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.213 ดอลลาร์ต่อยูโร และ 1.395 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ตามลำดับ
สำหรับวันนี้ เรามองว่า ตลาดจะรอจับตาการแถลงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ วงเงิน 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ (American Families Plan) ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต่อสภาคองเกรส ขณะเดียวกันในฝั่งข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจจะมีดังนี้
เริ่มจากในฝั่งยุโรป ปัญหาการระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ช่วงต้นปี จะกดดันให้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในยูโรโซน (Consumer Confidence) เดือนเมษายน อาจทรงตัวที่ระดับ -8.0 จุด ซึ่งยังคงสะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของผู้บริโภค
ถัดมาในฝั่งสหรัฐฯ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี และ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE โดยแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่งจะช่วยหนุนการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกกว่า 6.9% จากไตรมาสก่อนหน้าและทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจโตถึง 6.4%y/y ในปีนี้ นอกจากนี้ การฟื้นตัวเศรษฐกิจที่หนุนโดยการบริโภคครัวเรือนอาจทำให้ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE) เริ่มปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 1.8% จาก 1.4% ในเดือนก่อน
ในส่วนทิศทางค่าเงินบาท เรามองว่า ในช่วงเช้าค่าเงินบาทอาจเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ทว่าในระหว่างวัน ภาพอาจจะคล้ายกับหลายวันที่ผ่านมา ที่จะเห็นเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลง หากปัญหาการระบาดของ COVID-19 ทวีความรุนแรงมากขึ้น กดดันให้ตลาดลดการถือครองสินทรัพย์ไทย อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินบาทก็อาจไม่ได้อ่อนค่าไปมาก เพราะสถานการณ์การระบาดล่าสุด ยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มรายวันก็เริ่มทรงตัวที่ระดับ 2 พันราย ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักลงทุนต่างชาติก็ไม่ได้ตกใจกับภาพดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ หากเงินบาทอ่อนค่าลงใกล้ระดับ 31.40-31.45 บาทต่อดอลลาร์ ก็จะเริ่มเห็นผู้ส่งออกเข้ามาทยอยขายเงินดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งผู้นำเข้า จะรอเข้าซื้อเงินดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็งค่ากลับมาใกล้ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 31.30-31.40 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.30 - 31.40 บาท/ดอลลาร์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (29 เม.ย.) แข็งค่าทดสอบแนว 31.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงเช้าวันนี้ หลังผลการประชุมเฟดย้ำสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยยืนดอกเบี้ยที่ 0.0-0.25% และคงวงเงิน QE ที่ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนตามเดิม นอกจากนี้แม้เฟดจะยอมรับว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังแข็งแกร่งขึ้น จากผลของนโยบายกระตุ้นของเฟดและทางการสหรัฐฯ รวมถึงความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน แต่เฟดก็ยังคงประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID อย่างระมัดระวัง เพราะเป็นตัวแปรที่ไม่แน่นอนสูง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 31.20-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิดในประเทศ การทบทวนตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ จีดีพีไตรมาส 1/2564 และยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมี.ค.






