
7ปัจจัยชี้ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 เม.ย.64
ธนาคารกสิกรไทย [บล.กสิกรไทย มองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ระดับ 31.20-31.60 บาทต่อดอลลาร์ และคาด ดัชนีหุ้นไทยแนวรับที่ 1,540 และ 1,525 จุด
7ปัจจัยชี้ทิศทางค่าเงินบาทและดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 26-30 เม.ย.2564
ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทระหว่างวันที่ 26-30เมษายน 2564 ที่ระดับ 31.20-31.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) วันที่ 27-28 เมษายน และธนาคารกลางญี่ปุ่น ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล ดัชนีราคา PCE/Core PCE Price Index เดือนมี.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย. ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/64 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนมี.ค. ของธปท. สถานการณ์และมาตรการควบคุมโควิด 19 ในประเทศและทั่วโลก กำไรภาคอุตสาหกรรมเดือนมี.ค. ของจีน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/64 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน โดยเมื่อวันที่23 เมษายนที่ผ่านมา เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.37 เทียบกับระดับ 31.22 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (16 เม.ย.)
บล.กสิกรไทยคาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ากรอบ 1,540 และ 1,525 จุด
บริษัทหลักทรัพย์(บล.)กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยสัปดาหน้าระหว่างวันที่ 26-30เมษายน มีแนวรับที่ 1,540 และ 1,525 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,575 และ 1,585 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมเฟด (27-28 เม.ย.) สถานการณ์โควิด 19 ตลอดจนความคืบหน้าเกี่ยวกับการกระจายวัคซีนต้านโควิด 19 ในประเทศ และผลประกอบการงวดไตรมาส 1/64 ของบจ.ไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/64 ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคลเดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การกระชุม BOJ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/64 ของยูโรโซน ตลอดจนดัชนี PMI เดือนเม.ย. ของจีนอย่างไรก็ตาม โดยดัชนี SET (23เม.ย.) ปิดที่ระดับ 1,553.59 จุด เพิ่มขึ้น 0.30% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 90,019.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.37% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี MAI เพิ่มขึ้น 5.74% มาปิดที่ 472.76 จุด






