thansettakij
thansettakij
ธปท.เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน-ภาคเอกชนและรัฐก่อนพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลเพื่อรายย่อย "Retail CBDC"

ธปท.เปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน-ภาคเอกชนและรัฐก่อนพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลเพื่อรายย่อย "Retail CBDC"

02 เม.ย. 64 | 09:53 น.

ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็นพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลใช้งานภาคประชาชน หรือ Retail CBDC ต่อยอดภาคธุรกิจ เผย15มิ.ย.ปิดเฮียร์ริ่ง ก่อนเริ่มพัฒนา Pilotแรกเดือน ก.ค.ปีนี้และไตรมาส2ปีหน้าทดลองใช้งานในวงจำกัด

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คืบหน้าผลการพัฒนาต้นแบบสกุลเงินดิจิทัลในภาคธุรกิจ  (Central Bank Digital Currency:  Wholesale  CBDC)  ภายใต้ชื่อโครงการ อินทนนท์ (INTHANON) ตั้งแต่ปี2561 ซึ่ง
การพัฒนาระบบต้นแบบดังกล่าวนำเทคโนโลยีประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT)มาใช้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการโอนเงินระหว่างสถาบันการเงินในเฟสแรกปี 2561 ถัดมาเดือนมกราคม2562ได้ทดสอบประสิทธิภาพกับพันธบัตรตรวจสอบกฎเกณฑ์และธุรกรรมต่างๆ ก่อนที่จะทำการทดสอบ การโอนเงินระหว่างประเทศกับธนาคารฮ่องกงในเดือนกันยายนปีเดียวกันและปีนี้เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ทดสดการโอนเงินระหว่างประเทศโดยใช้ CBDC หลายสกุลเงิน(M-CBDC Bridge) 

นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ยังมุ่งเน้นที่จะพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทในภาคการเงินเพิ่มขึ้น ธปท.จึงต่อยอดการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสำหรับการใช้งานในภาคประชาชน (Retail Central Bank Currency หรือ Retail CBDC ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง เปรียบได้กับธนบัตรที่ออกโดยธนาคารกลาง โดยรูปแบบ Retail CBDC สามารถนำไปใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินได้ทั้งในแบบออนไลน์ (On-line) และออฟไลน์ (Off-line) ไม่จำเป็นต้องมีสมาร์ทโฟนก็สามารถทำธุรกรรมได้ ซึ่ง CBDC จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินในอนาคต 

ทั้งนี้ ธนาคารกลางของไทยติดTOP10 ที่เริ่มทำสกุลเงินดิจิทัล จากจุดเริ่มต้นของภาคธุรกิจ การโอนเงินระหว่างประเทศ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่าเราเดินทางค่อนข้างเร็ว  แต่เรื่องของ Retail CBDC มีความซับซ้อนกว่าจึงต้องศึกษาให้รอบคอบ เช่น มีคนกังวลหากคนมาถือ CBDC กันหมด จะเกิด Bankrun หรือไม่ และรูปแบบการเข้าถึงของประชาชนจะต้องง่าย และต้องเกิดการรับรู้ของภาคประชาชน 

ธปท. จึงเผยแพร่หลักคิดและแนวทางการพัฒนา Retail CDBC ในรายงาน “The Way Forward for Retail Central Bank Digital Currency in Thailand” เพื่อสร้างความเข้าใจและรับฟังความเห็นจากสาธารณชน 

สำหรับแนวทางการการพัฒนา ธปท.ได้สำรวจและศึกษาเรื่องดังกล่าว และเขียนเป็นกรอบการดำเนินการ และได้จัดทำเป็น Directional Peper เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน โดยจะปิดรับฟังความคิดเห็นถึงในวันที่ 15 มิ.ย.64 และจะมีการจัดทำ WorkShop ร่วมกับสถาบันการเงิน ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปความคิดเห็น และข้อสงสัยต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในพิจารณา Retail CBDC 

และในเดือน ก.ค.64 จะเริ่มพัฒนา Retail CBDC แบบ Pilot และภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 เริ่มทดสอบ CBDC ระดับ Pilot Project ในวงจำกัด อย่างไรก็ดี หากนำมาใช้จริงอาจจะต้องใช้เวลา 3-5 ปีข้างหน้าเช่นเดียวกับต่างประเทศ เช่น ประเทศจีนที่เริ่มพัฒนาและทดลองใช้กับประชาชนในมณฑลเล็กๆ ก่อนในปี 2558 ซึ่งจะทำลักษณะคล้ายล็อตเตอรี่ และคาดว่าจะนำมาใช้จริงในช่วงโอลิมปิค

อย่างไรก็ดี การพัฒนา Retail CBDC เป็นเรื่องที่ซับซ้อน โดยธปท.จะต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ ทั้งในเรื่องกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ การดูแลข้อมูลจะต้องมีธรรมาภิบาล (Data Governance) ความปลอดภัยทางด้านเทคโนโลยีที่นำมาใช้ และต้องไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพจองระบบการเงิน โดยระหว่างการทดลองและพัฒนาจะมีการทบทวนกรอบกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ไม่ขัดต่อข้อกฎหมาย ซึ่งอาจจะเพิ่มเติมในกฎหมายเดิม หรือออกกฎหมายเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่ธปท.ต้องดำเนินการ ส่วนการออกแบบ Retail CBDC นั้นยังให้ความสำคัญกับตัวกลาง (สถาบันการเงิน แพลตฟอร์ม และผู้ประกอบการต่างๆ) เพื่อทำบทบาทให้บริการประชาชนได้ดีขึ้น