
ค่อยค่อยสร้าง ค่อยค่อยเก็บ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับ Money DIY 4.0 คอลัมน์ดีๆ ที่จะช่วยแนะนำเรื่องการวางแผนทางการเงิน ทุกวันนี้ เราจะเห็นข้อมูลจากสื่อออนไลน์ต่างๆ เยอะมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ มักจะเห็นถึงความสำเร็จของใครหลายๆ คน แล้วเราอาจรู้สึกอิจฉา อยากสร้างได้เร็ว อยากมีเงินมากมากตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างเขาบ้าง
การที่เรามีจุดมุ่งหมาย มีความทะเยอทะยานในการสร้างเนื้อสร้างตัว ถือว่าเป็นแรงผลักดันที่ดี แต่ก็ไม่อยากให้กดดันมากเกินไป หากเรายังไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ครับ หาตัวเองให้เจอว่า อยากทำอะไร อยากเป็นแบบไหน ส่วนใครหลายๆ คนที่คิดว่า ยังหาตัวเองไม่เจอ ที่บ้านก็ไม่ได้มีกำลังสนับสนุน เรายังต้องหาเลี้ยงตัวเองก่อน ก็ค่อยค่อยเริ่ม ค่อยค่อยสร้าง ค่อยค่อยเก็บไปก็ได้ครับ
1.เก็บออม
เป็นจุดเริ่มต้นของการประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่งคั่งกันเลยก็ว่าได้ เพราะหากเรามีวินัยในการเก็บออมแล้ว จะทำให้เรามีเงินออมเพื่อเก็บไปใช้ในการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แต่เรื่องการเก็บออมนี้ เราจะต้องเปลี่ยนนิสัยที่เหลือจากการใช้จ่ายเท่าไหร่ค่อยเก็บ เป็นต้องเก็บก่อนที่จะใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้เราสามารถเก็บเงินออมได้อย่างแน่นอนและเป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ด้วย โดยสัดส่วนการเก็บออมจะอยู่ที่เริ่มต้นประมาณ 10% ของรายได้ เช่น หากเราได้เงินเดือน 15,000 บาท ก็แบ่งเก็บออมประมาณ 1,500 บาท ต่อเดือน
2.บริหารค่าใช้จ่าย
โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายประจำเท่านั้นนะครับ ค่าใช้จ่ายประจำก็คือ ค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระในแต่ละเดือน เช่น ค่าหอ, ค่านํ้า-ไฟ, ค่าโทรศัพท์, ค่าอาหาร, ค่าผ่อนรถ, ค่าผ่อนบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปเราควรบริหารค่าใช้จ่ายให้อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 60% ของรายได้ เช่น หากเราได้เงินเดือน 15,000 บาท ก็แบ่งบริหารเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 9,000 บาท ซึ่งต้องพยายามบริหารค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
3.เงินสำรองกรณีฉุกเฉิน
กรณีนี้คนไทยส่วนใหญ่มักจะลืมกันเงินส่วนนี้ไว้ แต่การวางแผนการเงินที่ดีจะต้องมีการเผื่อเงินในส่วนนี้ เพื่อใช้ในกรณีที่ไม่คาดฝัน เช่น กรณีว่างงานหรือตกงาน อย่างตอนนี้คนน่าจะเห็นภาพได้ชัดเลยครับ จากการเกิดไวรัสโควิด-19 ระบาดนั่นเอง, การประสบอุบัติเหตุ เพราะเหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ ซึ่งหากมีเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นและเราไม่ได้มีการกันไว้ อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ โดยทั่วไปควรจะมีการกันเงินในส่วนนี้ไว้ที่ประมาณ 10% ของรายได้ เช่น หากเราได้เงินเดือน 15,000 บาท ก็แบ่งเก็บไว้ยามฉุกเฉิน 1,500 บาทต่อเดือน
4.เพิ่มความสุข
เรื่องนี้เป็นเรื่องของการคืนกำไรให้กับตัวเอง เพราะแน่นอนว่า เมื่อเราทำงานหนัก ก็ต้องการพักผ่อนหรือให้ความสุขบางอย่างกับตัวเองบ้าง ซึ่งการวางแผนการเงินไม่ใช่ว่าเราจะไม่สามารถนำเงินที่ได้มาไปใช้ในสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลย แต่เราสามารถนำส่วนที่เหลือที่เราวางแผนไว้ประมาณ 20% ของรายได้ ไปใช้ช็อปปิ้ง หรือท่องเที่ยวได้ อย่างไรก็ตามหากใช้เงินในส่วนนี้ไม่หมด ก็อาจจะนำเงินในส่วนนี้ไปสมทบกับเงินออมที่มีอยู่เพื่อนำไปลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินออมที่มีอยู่ได้
ทำตามนี้อย่างต่อเนื่อง ความมั่งคั่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ ซึ่งเมื่อเรามีการวางแผนตามขั้นตอนข้างต้นอย่างดีแล้ว ก็จะสามารถทำให้เราบริหารรายได้และค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม และยังมีเงินเหลือเก็บไปไว้ใช้ในการลงทุนเพื่อให้เกิดผลตอบแทนที่เราต้องการได้อีกด้วย ซึ่งจากตัวอย่างข้างต้น เงินที่เราเก็บออมไว้เดือนละ 10% นั้น อาจจะดูไม่มากนัก แต่ถ้าเรามีวินัยในการออมที่ดีแล้วและนำไปลงทุนที่ถูกต้องเหมาะสม เราก็สามารถที่จะมีเงินเก็บได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเช่น กรณีนี้เราแบ่งเก็บออมไว้เดือนละ 1,500 บาท เป็นประจำเป็นเวลา 5 ปี แล้วเรานำเงินเก็บออมนั้นไปลงทุนที่มีผลตอบแทนอยู่ที่ 6% ต่อปี เชื่อมั้ยครับว่าเมื่อถึงสิ้นปีที่ 5 เราจะมีเงินออมเก็บไว้ถึงประมาณ 106,000 บาท
อยากให้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุข
ไม่อยากให้กดดันตัวเองมากเกินไป สิ่งที่เราเห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จ เราอาจจะไม่ได้เห็นทั้งหมดถึงความพยายามมา เราอาจจะคิดว่ามันง่าย แต่จริง ๆ มันอาจจะไม่ได้ง่ายแบบที่เราเห็นก็ได้ และยังมีคนอีกมากมาย ที่พยายามแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จดังที่เราเห็น
ค่อยค่อยทำ ค่อยค่อยพยายามกันต่อไป และมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเรา ค่อยค่อยสร้างมาระหว่างทางกันนะครับ
คอลัมน์มันนี่ดีไอวาย
โดย : บริษัท แอ๊ดวานซ์ ไลฟ์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,667 วันที่ 4 - 7 เมษายน พ.ศ. 2564






