
ธปท.เผยมาตรการรัฐพยุงเศรษฐกิจเดือนก.พ.และความเชื่อมั่นธุรกิจกลับมาฟื้น
ธปท.เผยมาตรการรัฐพยุงเศรษฐกิจเดือนก.พ.และความเชื่อมั่นธุรกิจลับมาฟื้น แต่สัญญาณยังไม่ทั่วถึงเหตุตลาดแรงงานยังเปราะบาง จำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ยังเพิ่ม -จับตา 3ปัจจัยเสี่ยง
ธปท.เผยมาตรการรัฐพยุงเศรษฐกิจเดือนก.พ.กลับมาฟื้น แต่สัญญาณยังไม่ทั่วถึงเหตุตลาดแรงงานยังเปราะบาง จำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ยังเพิ่ม มองไปข้างหน้าการใช้จ่ายภายในและการส่งออกยังหนุน -จับตา 3ปัจจัยเสี่ยง “ความแตกต่างของการฟื้นตัวแต่ละภาคเศรษฐกิจ-ความแน่นอนของการกลับมาระบาดโควิดทั้งในต่างประเทศ -ลุ้นการเปิดประเทศปลายปี”
นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น จากสถานการณ์ หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่คลี่คลายลงหลังจากเดือนมกราคมได้เห็นบางกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปบ้าง โดยในเดือนกุมภาพันธ์นี้ทั้งดัชนีการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น ขณะที่การส่งออกยังเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวดี สะท้อนการฟื้นตัวด้านอุปสงค์ได้ดี ยกเว้นการท่องเที่ยว
ด้านอุปทาน ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยังทรงตัว แม้การผลิตเพื่อการส่งออกจะปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรได้รับผลกระทบภัยแล้ง (อ้อย) ดัชนีภาคบริการยังต่ำต่อเนื่องโดยต้องสถานการณ์เปิดประเทศในระยะต่อไป
เมื่อพิจารณาในรายละเอียด ดัชนีเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัวได้ดีโดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนทยอยฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับดีขึ้น ทุกหมดการใช้จ่าย หดตัว 2.1% จาก-4.5%ช่วงเดียวกันปีก่อนเทียบเดือนก่อนหน้ากลับมาขยายตัว 3.4% ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อมั่นผงกหัวขึ้นบวกกับมาตรการภาครัฐ “เราชนะ”สนับสนุนยอดขายโมเดิร์นเทรดและร้านโชว์ห่วย เติบโตค่อนข้างดี และเห็นการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง อาหารเครื่องดื่มปรับตัวดีขึ้น
ด้านเครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนกลับมาเติบโตได้ดีโดยขยายตัว 7.0% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเติบโต 0.8%จากเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลักๆมาจากความเชื่อมั่นธุรกิจปรับตัวดีขึ้น แต่การลงทุนด้านก่อสร้างหดตัวต่อเนื่อง อีกทั้งการใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นปัจจัยหนุนต่อเนื่อง ไม่รวมเงินโอนขยายตัวต่อเนื่องโดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางขยายตัวเล็กน้อย 2.1% รายจ่ายลงทุน 93.3% และรายจ่ายลงทุนรัฐวิสาหกิจขยาย 19.1%มาจากด้านคมนาคม
ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าหดตัว 0.2%จาก 0.3% แต่หากไม่รวมทองคำ มูลค่าการส่งออกยังขยายตัว 7.0% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุปสงค์ประเทศคู่ค้า โดยหมวดยานยนต์ ปิโตรเลียมและผลผลิตเกษตร (ยาง) ขยายตัวได้ดี และประเทศที่ยังมีการส่งออกได้ดีทั้งออสเตรเลีย และตะวันออกกลาง สำหรับการนำเข้าขยายตัว 23.9%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นผลจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง รวมถึงการนำเข้าจากจีนสูงมากจากฐานต่ำ ด้านการผลิตอุตสาหกรรมหดตัว 1.1%จากเดือนมกราคมหดตัว 2.0%โดยยังขยายตัวดีในเรื่อง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อาหาร แต่ปิโตรเลียมหดตัวจากปิดโรงกลั่น ขณะผลผลิตภาคบริการดีขึ้นแต่อยู่ในระดับค่อนข่างต่ำเช่น ที่พักแรม ภัตตาคาร และภาคขนส่ง
ด้านเสถียรภาพนั้น ในส่วนของเสถียรภาพต่างประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล1,071ล้านดอลลาร์มากขึ้นจากเดือนก่อน มาจากดุลบริการ รายได้และเงินโอนที่ขาดดุลเพิ่มเนื่องจากค่าระวางเรือจากที่ขาดแคลนตู้คอนเทรนเนอร์ ส่วนดุลการค้าเพิ่มจากเดิมเล็กน้อย ขณะที่ค่าเงินบาทเดือนกุมภาพันธ์แกว่งตัวโดยเงินบาทอ่อนค่าลงมาก (ณ วันที่ 23มี.ค.) เหตุดอลลาร์แข็งค่าจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีต่อเนื่องแต่เงินบาทอ่อนค่ากว่าเมื่อเทียบสกุลเงินคู่ค้าและคู่แข่ง ซึ่งเป็นปัจจัยเฉพาะของไทยที่มาจากการส่งกลับผลกำไรและเงินปันผลของบริษัทต่างชาติ
สำหรับเสถียรภาพในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบมากขึ้น 1.17%จาก -3.4%ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมาจากมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปา แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจไทยทยอยฟื้นตัวแต่สัญญาณยังไม่ทั่วถึงเห็นได้จากตลาดแรงงานยังคงเปราะบาง สัดส่วนผู้ขอสิทธิว่างงานใหม่ในระบบประกันสังคมต่อผู้ประกันตนยังเพิ่มขึ้น เห็นได้จากจำนวนผู้ขอรับสิทธิว่างงานใหม่ 89,380คน จาก 71,592คนเป็นผู้ประกันตนม.33จำนวน 11,100,132คน ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป นอกจากนี้การฟื้นตัวภาคธุรกิจเช่นภาคการค้า ภาคบริการปรับตัวดีทั้งจากสถานการณ์ที่คลี่คลายและมาตรการรัฐ แต่ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะต่อเนื่องหรือไม่
ทั้งนี้ เดือนกุมภาพันธ์เครื่องชี้ในภาพรวมปรับตัวดีขึ้น หลังการแพร่ระบาดคลี่คลายแต่มาตรการภาครัฐเข้ามาพยุงค่อนข้างมาก มองระยะข้างหน้าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นได้ต่อเนื่องทั้งการใช้จ่ายในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะประเทศคู่ค้าน่าจะฟื้นตัวต่อและติดตามดูการฟื้นตัวของแต่ละภาคเศรษฐกิจซึ่งยังมีความแตกต่างของการฟื้นตัวแต่ละภาคเศรษฐกิจหรือความไม่แน่นอนของการกลับมาระบาดของโควิดไม่ว่าในหรือนอกประเทศและจะต้องติดตามการกลับมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศช่วงเปิดประเทศปลายปีนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%
- คลัง – ธปท. ชงครม.อนุมัติ "บิ๊กแพคเกจ" ช่วยธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด
- ธปท.คาด "สินเชื่อฟื้นฟู-พักทรัพย์พักหนี้"ใช้พ.ค.นี้






