thansettakij
thansettakij
แบงก์รุกบริหารเวลธ์ปั๊มรายได้ใหม่

แบงก์รุกบริหารเวลธ์ปั๊มรายได้ใหม่

25 มี.ค. 64 | 20:35 น.

ทีเอ็มบีชี้ รายได้ค่าธรรมเนียมแบงก์ปี 64  ฟื้นตัว มีโอกาส พลิกกลับจากปีก่อนหดตัว 9.4% เหตุธนาคารพุ่งเป้าสร้างค่าธรรมเนียมแบงก์แอสชัวร์รันส์ บริหารเวลธ์เป็นสำคัญ รุกทำตลาด คนมีเงินเดือน 5 หมื่นถึง 3 แสนบาท เหตุยังขาดผู้เล่นหลัก ขณะที่เทรดไฟแนนซ์และอัตราแลกเปลี่ยนขยับเพิ่มตามแนวโน้มส่งออก หมดยุคปั้มรายได้ค่าธรรมเนียมบัตร   

เศรษฐกิจไทยปี 2563 ที่หดตัวอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ภายในประเทศทรุดตัวลงอย่างมาก ส่งผลให้ผลประกอบการของระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2563 ปรับลดลงจากปีก่อน จากการกันสำรองในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมรองรับผลกระทบของโควิด-19 ต่อคุณภาพสินเชื่อที่มีแนวโน้มด้อยค่าลง ส่วนหนึ่งเป็นผลของฐานสูงจากรายได้จากเงินลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษในปีก่อนด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ปี 2563 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.1% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อนที่ 2.0% หลักๆมาจากสินเชื่อธุรกิจที่กลับมาใช้สินเชื่อแทนการออกตราสารหนี้ ขณะที่สินเชื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หดตัวในอัตราที่ลดลงจากผลของมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า(ซอฟต์โลน)ของรัฐบาล แต่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโดยรวมของธนาคารพาณิชย์ยังคงลดลง

ทั้งนี้จะเห็นว่า รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ หรือ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ปี 2563 ส่วนใหญ่ปรับลดลง ยกเว้นทุนธนาคารชาตและธนาคาร ทหารไทย ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการควบรวมกิจการ มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม

รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ)

 

นายนริศ สถาผลเดชา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร TMB Analy tics ธนาคาร ทหารไทย หรือ ทีเอ็มบีเปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ปี 2564 มีโอกาสจะพลิกกลับมาเติบโตในลักษณะบวกนิดๆ แม้จะไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หดตัว 9.4% จากปีก่อนได้ โดยทั้งระบบลดลง 9.4% จาก 1.91 แสนล้านบาทเหลือ 1.7 แสนล้านบาท

ทั้งนี้บริการที่รายได้ค่าธรรมเนียมหดตัวมากมาจากค่าธรรมเนียมธุรกิจบัตรเครดิตลดลง 20% จากที่ส่วนใหญ่ยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี หรือค่าธรรมเนียมบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต ที่ปรับลดลง 11% ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมผู้บริโภคหันไปใช้โมบายแบงก์กิ้ง มากขึ้น ประกอบกับแนวทางการปรับลดค่าธรรมเนียมบริการที่เป็นธรรมตามนโยบายของธนาคาร
แห่งประเทศไทย (ธปท.) และรายได้จากค่าธรรมเนียมนายหน้าที่ลดลงตามการขายกองทุนและประกันที่หดลงประมาณ 5% 

อย่างไรก็ตาม แม้ปีที่แล้วทั้งปี รายได้ค่าธรรมเนียมจะลดลง แต่ไตรมาส 4 เริ่มเห็นการกลับมาขยายตัวของหลายบริการ ดังนั้นมองไปข้างหน้า รายได้ค่าธรรมเนียมจากแบงก์แอสชัวร์รันส์ รวมทั้งประกัน กองทุน ซึ่งรวมถึงการบริหารความมั่งคั่ง (เวลธ์) เหล่านี้จะเป็นตัวหลักของการทำรายได้ ซึ่งค่าธรรมเนียมส่วนนี้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ในส่วนของเทรดไฟแนนซ์และอัตราแลกเปลี่ยน จะกลับมาขยายตัวเพิ่มจากแนวโน้มของภาคส่งออกที่ดีขึ้น

โดยเฉพาะการทำตลาดบริหารความมั่งคั่ง(เวลธ์) ที่ยังไปได้ในกลุ่มคนมีเงินเดือนและรายได้ที่สูงกว่าระดับกลางถึงระดับสูงหรือ ไฮเน็ตเวิร์ก กลุ่มนี้จะแข่งกันมากขึ้น เพราะค่าธรรมเนียมในกลุ่ม Mass ปรับลดลง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้โมบายแบงก์กิ้ง ฉะนั้นทุกธนาคารจะเน้นลูกค้าในกลุ่มบริหารเวลธ์ ส่วนหนึ่งเพราะฐานลูกค้ากลุ่มที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร  (AUM) 30 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้ในตลาดมีจำนวนไม่มาก และเป็นกลุ่มเดิมที่แย่งกันจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอยู่แล้ว แต่ตลาดใหม่ที่มีรายได้ดี เช่น รายได้ 50,000-300,000 บาท/เดือน กลุ่มนี้ยังเป็นตลาดที่ยังไม่มีใครเป็นผู้เล่นหลัก นอกจากกลุ่มที่มี AUM 1-5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่รวมสินทรัพย์อื่น เช่น กองทุน ประกัน และสินทรัพย์อื่นนอกจากเงินฝาก 

“ต่อไปจะหมดยุคสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมจากเค้กก้อนเดิมทั้ง บัตรเครดิต เดบิต เอทีเอ็มและค่าตั้งวงเงินสินเชื่อ น่าจะไม่เติบโต ตามสินเชื่อใหม่ ซึ่งแบกงก์เริ่มมีโฟกัสการออกผลิตภัณฑ์
ให้เข้าถึงผู้บริโภคที่มีเวลธ์กลุ่มใหม่ๆ หรือกองทุนรวม การออกไอพีโอ และประกันมีการทำตลาดดุเดือดขึ้น ซึ่งเป็นผลดีกับลูกค้าในแง่ของการจะได้เมนูหรือเพิ่มทางเลือกได้” 

ยกตัวอย่าง Open Architecture ซึ่งธนาคารไม่จำเป็นต้องขายเฉพาะกองทุนของตัวเอง แต่สามารถขายกองทุนได้หลากหลาย แข่งกันดูแลลูกค้า ซึ่งสมรภูมิเหล่านี้น่าจะดุเดือดในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันรายได้ดอกเบี้ยยังเป็นรายได้หลักของธนาคาร โดยยังคงสัดส่วน 70% ต่อ 30% ซึ่งรายได้ดอกเบี้ยยังไม่หักสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ แต่ได้ลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (เอฟไอดีเอฟ) จึงยังไม่กดตันตัวเลขส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) และยังไม่รวมภาระหนี้เสียและภาระกันสำรอง แต่ถ้าหากรายได้ดอกเบี้ย หลังหักกันสำรองฯ จะโดนกดดันหนักซึ่งรายได้ค่าธรรมเนียมจะมีความสำคัญขึ้น 

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,664 วันที่ 25 - 27 มีนาคม พ.ศ. 2564

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market