
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดตลาด “ทรงตัว”ที่ระดับ 30.53บาท/ดอลลาร์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทช่วงนี้ปรับตัวอ่อนค่าไปตามทิศทางของดอลลาร์และ สัปดาห์นี้จึงต้องจับตาผลกระทบจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 30.53 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.40-30.60 บาทต่อดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS) ระบุว่าในสัปดาห์นี้ ต้องติดตามภาพรวมตลาดจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9ล้านล้านดอลลาร์ในสหรัฐ และมุมมองของธนาคารกลางต่อทิศทางเงินเฟ้อ
โดยในฝั่งสหรัฐจะได้รับแรงหนุนต่อจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ American Rescue Plan มูลค่ากว่า 1.9ล้านล้านดอลลาร์ที่จะมีการผ่านสภาในสัปดาห์นี้ งบประมาณดังกล่าว มีขนาดใหญ่เป็นรองเพียงงบช่วยเหลือเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติปี 2020 และมากกว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2009 ถึงเกือบสามเท่า
ขณะที่ฝั่งเศรษฐกิจ วันพุธจะมีการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อในสหรัฐ (U.S. CPI) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.36% ไม่ควรสร้างความกังวลให้กับเฟด ขณะที่ผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ (Initial Jobless Claims) คาดว่าจะลดลงมาที่ระดับ 7.10 แสนตำแหน่งตามตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งในสัปดาห์ก่อน
ส่วนในฝั่งยุโรปจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ECB) ในวันพฤหัส คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility) -0.5% ตามที่ตลาดคาดไว้
ส่วนในตลาดเงิน ต้องติดตามผลกระทบบนบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปี มีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความกังวลเรื่องงบประมาณขาดดุลที่มหาศาลของรัฐบาลสหรัฐ สองประเด็นนี้มีโอกาสหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยเชื่อว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐจะขยับขึ้นไปจนกว่าจะเจอฐานใหม่ ส่วนเงินยูโร (EUR) มองว่าจะมีแรงกดดันจาก ECB จึงแข็งค่าได้ยาก ขณะที่เยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จึงมีโอกาสเจอกับแรงขายเมื่อเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นด้วย
กรอบดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) สัปดาห์นี้ 91.5-92.5จุด ระดับปัจจุบัน 91.9จุด
ด้านอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทช่วงนี้ปรับตัวอ่อนค่าไปตามทิศทางของดอลลาร์และโดยรวมยังไม่เห็นนักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในไทยอย่างมีนัยยะสำคัญ สัปดาห์นี้จึงต้องจับตาผลกระทบจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจในสหรัฐ ถ้าสามารถทำให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) ก็มีโอกาสที่เงินบาทจะชะลอการอ่อนค่า และเริ่มสร้างฐานใหม่ในระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความเร่งของการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ ซึ่งสามารถกดดันให้ตลาดปิดรับความเสี่ยงและเงินบาทอ่อนค่าได้ถ้ายีลด์ขยับขึ้นเร็วเกินไป
กรอบเงินบาทรายสัปดาห์ 30.25-30.75 บาทต่อดอลลาร์
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (8 มี.ค.) อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 30.58 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อนที่ 30.49 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้น ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ น่าจะเริ่มดำเนินการได้ในวันนี้ ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องทยอยออกพันธบัตร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จะยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 30.30-30.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดจะอยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้มีเพียงข้อมูลสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนม.ค. โดยข้อมูลสำคัญที่ตลาดรอติดตามจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในช่วงกลางสัปดาห์






