
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดตลาด"อ่อนค่า"ที่ระดับ 30.41บาท/ดอลลาร์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทมีโอกาส"อ่อนค่า"ลงตามทิศทางราคาทองคำและเงินดอลลาร์ แม้จะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าทั้งหุ้นและบอนด์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 30.41 บาทต่อดอลลาร์ "อ่อนค่า"จากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 30.35 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 30.33-30.53 บาทต่อดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS)ระบุว่าตลาดการเงินทั่วโลกปรับตัวรับภาพยีลด์ที่สูงขึ้นในคืนที่ผ่านมา หลังนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐเห็นการเทขายบอนด์ในช่วงนี้และกำลังกำลังจับตาอยู่ แต่ไม่ได้กังวลกับความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อและเชื่อว่านโยบายการเงินในปัจจุบันของเฟดอยู่ในจุดที่ “เหมาะสม” ความเห็นดังกล่าวหนุนให้บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปี ปรับตัวขึ้นต่อ 6.6bps มาที่ระดับ 1.55% กดดันตลาดหุ้นให้ปรับตัวลงโดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐลดลง 1.34% นำโดยหุ้นขนาดเล็กและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่วนดัชนี STOXX 600 ของยุโรปแม้จะพบกับความผันผวนที่สูงขึ้นแต่ก็มีการฟื้นตัวของตลาดอิตาลีและสเปนจึงปรับตัวลงเพียง 0.32%
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานใหม่ในสหรัฐ (U.S. Initial Jobless Claims) ล่าสุดปรับตัวลงมาที่ระดับ 7.45 แสนตำแหน่ง ขณะที่ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (U.S. Jan. Durable Goods Orders) ปรับตัวขึ้น 3.4% จากเดือนก่อนสะท้อนภาพเศรษฐกิจสหรัฐที่กำลังฟื้นตัว ผสมกับตลาดการเงินที่ผันผวน จึงทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นถึง 0.7% กดดันราคาทองคำร่วงลงแตะระดับ 1700 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง
ฝั่งอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท มองว่ามีโอกาสอ่อนค่าลงตามทิศทางราคาทองคำและเงินดอลลาร์ แม้จะมีกระแสเงินทุนไหลเข้าทั้งหุ้นและบอนด์ไทยติดต่อกันเป็นวันที่สอง มองว่าระหว่างวัน เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบแคบ เนื่องจากมีทั้งแรงหนุนและแรงต้านผสมผสานกัน ขณะที่การซื้อขายในตลาดช่วงนี้ก็ไม่สูงมาก เนื่องจากนักค้าเงินส่วนใหญ่กำลังรอดูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและภาพรวมตลาดแรงงานของสหรัฐในวันศุกร์นี้
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (5 มี.ค.) “อ่อนค่า”ลงมาอยู่ที่ระดับ 30.44 บาทต่อดอลลาร์ฯ จากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 30.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามค่าเงินสกุลหลัก และสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ซึ่งได้อานิสงส์หลักๆ หลังประธานเฟดไม่ส่งสัญญาณว่าจะมีเครื่องมือเพิ่มเติมในการชะลอการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ พร้อมกับมองเงินเฟ้อสหรัฐฯ ว่าอาจจะปรับขึ้นชั่วคราว ซึ่งจะไม่กดดันให้เฟดต้องปรับเปลี่ยนท่าทีของนโยบายการเงิน
นอกจากนี้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังมีแรงหนุนจากความหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาในวุฒิสภาสหรัฐฯ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. โดยในช่วงเช้าวันนี้ บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.57%
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 30.25-30.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานเดือนก.พ.






