
อัตราแลกเปลี่ยนเปิดตลาด"อ่อนค่า"ที่ระดับ 29.96 บาท/ดอลลาร์
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท"อ่อนค่า"ลงตามทิศทางดอลลาร์ที่ฟื้นตัวจากบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเร็ว
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 29.96 บาทต่อดอลลาร์" อ่อนค่า"จากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ 29.86 บาทต่อดอลลาร์ ประเมินกรอบเงินบาทระหว่างวัน 29.85-30.05 บาทต่อดอลลาร์
ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน EASY INVEST บล.ไทยพาณิชย์ (SCBS)ระบุว่า ช่วงคืนที่ผ่านมาตลาดหุ้นกลับถูกขายทำกำไร หลังจากปรับตัวขึ้นทดสอบระดับสูงสุดใหม่ ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐและดัชนี STOXX 600 ของยุโรป ต่างปรับตัวลง 0.06% ด้วยแรงขายหลักในหุ้นขนาดใหญ่กลุ่มเทคโนโลยี
อย่างไรก็ดี ภาพตลาดโดยรวมยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk On) สังเกตได้จากบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุสิบปีที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีก 9bps มาที่ระดับ 1.29% สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020 ขณะที่ราคาทองคำย่อตัวลง 1.3% มาที่ระดับ 1790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ พร้อมกันกับในตลาดเงินที่สกุลเงินปลอดภัยอย่างเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าขึ้นมายืนเหนือระดับ 106 เยนต่อดอลลาร์ ชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกที่จะขายสินทรัพย์ปลอดภัยเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงด้วยความเชื่อมั่นว่าวัคซีนจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
ด้านเงินบาท เช้านี้กลับอ่อนค่าลงตามทิศทางดอลลาร์ที่ฟื้นตัวจากบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวสูงขึ้นเร็ว แม้ช่วงวันทำการก่อนจะมีนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยตามราคาน้ำมันดิบที่ทำจุดสูงสุดใหม่แต่ก็ไม่ได้สร้างแรงหนุนให้กับเงินบาทได้มาก ในระยะถัดไปต้องจับตาไปที่ความเสี่ยงบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น แนวโน้มดังกล่าวจะกดดันสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ทั่วโลก เงินบาทและสกุลเงินเอเชียนช่วงนี้จึงมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบกว้าง ก่อนที่จะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชัดเจนมากขึ้นหลังวัคซีนเริ่มแพร่หลาย
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเช้านี้ (17 ก.พ.) ขยับอ่อนค่าเล็กน้อยมาที่ระดับ 29.95 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังเงินดอลลาร์ฯ ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ (บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นเหนือ 1.30% ทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี) หลังดัชนีกิจกรรมภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กปรับตัวขึ้นมาที่ 12.1 ในเดือนก.พ. ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 เดือน และสูงกว่าที่ตลาดคาด
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ คาดไว้ที่ 29.80-30.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก การผลิตภาคอุตสาหกรรม และดัชนีราคาผู้ผลิต เดือนม.ค. และบันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 26-27 ม.ค. ที่ผ่านมา






