thansettakij
thansettakij
นักลงทุนหวังเงินต่างชาติ ไหลเข้าหุ้นไทย

นักลงทุนหวังเงินต่างชาติ ไหลเข้าหุ้นไทย

02 ก.พ. 64 | 08:27 น.

FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนเม.ย. 64 อยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงต่อเนื่องเดือนที่สอง ชี้โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าหนุนเชื่อมั่น ส่วนไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ฉุด คาดกนง.คงดอกเบี้ย 0.50%

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือเดือนเมษายน 2564 อยู่ที่ระดับ 132.55 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อน ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยนักลงทุนคาดหวังการไหลเข้าของเงินทุนเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมาคือการคลี่คลายของสถานการณ์ไวรัสโคสิด-19 จากข่าวดีเรื่องวัคซีนที่ทยอยออกมา และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ รองลงมาคือสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน และการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ

 

สำหรับความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนรายย่อยปรับเพิ่มขึ้น 22% อยู่ที่ระดับ 144.07, กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ปรับลดลง 3% อยู่ที่ระดับ 125.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ปรับลดลง 17% อยู่ที่ระดับ125.00 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันปรับลดลง 1% อยู่ที่ระดับ 117.65 อยู่ในเกณฑ์“ทรงตัว” โดยหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค (ENERGY) และหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดเหล็ก (STEEL)

 

นักลงทุนหวังเงินต่างชาติ ไหลเข้าหุ้นไทย

“ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2564 ดัชนีหุ้นไทยมีความผันผวน อยู่ระหว่าง 1,468.24-1,547.31 จุดจากการเทขายหุ้นที่มี free float ต่ำ โดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบมากที่สุด ช่วงครึ่งเดือนหลังดัชนีปรับตัวในกรอบแคบโดยมีข่าวดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมผ่านโครงการ “เราชนะ” ที่ออกมาช่วยเสริมสภาพคล่องด้านการใช้จ่ายภายในประเทศ และการประกาศผ่อนคลายพื้นที่ควบคุมแต่ดัชนีได้รับผลกระทบจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่อาจเกิดจากการปรับฐานการลงทุนซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับดัชนีตลาดหุ้นต่างประเทศ โดย ณ สิ้นเดือนมกราคม ปิดที่ 1,466.98 ปรับเพิ่มขึ้น1.22% จากเดือนก่อนหน้า”

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ โอกาสการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจากการแจกจ่ายวัคซีน, การทบทวนข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศงบการเงินบริษัทจดทะเบียน (บจ.), ผลการประชุมรัฐสภาในส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญวาระสองที่อาจส่งผลต่อสถานการณ์การเมือง, จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใหม่รายวันที่ยังเพิ่มสูงอยู่รวมถึงแผนการแจกจ่ายวัคซีนให้กับประชาชนในประเทศ และติดตามความเป็นไปได้ในการพิจารณาต่ออายุมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ต่าง ๆ ของภาครัฐ

 

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำแล้ว และมาตรการการคลังที่ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปีจะลดความจำเป็นในการลดดอกเบี้ยนโยบายลง ทั้งนี้ หากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มแย่ลง อาจมีการพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้ ส่วนคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปี ยังทรงตัวใกล้เคียงระดับ 0.70% และ 10 ปี อยู่ที่ 1.29%