
หุ้นกลุ่ม Real Sector ไตรมาส 4 งบโดดเด่น
โบรกเผยสัปดาห์หน้าให้น้ำหนักงบบจ.ไตรมาส 4 ปี 2563 คาดหุ้นกลุ่ม Real Sector เติบโตโดดเด่น ชู SCGP, SCC และ PTTEP
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่าสัปดาห์หน้าปัจจัยในประเทศให้น้ำหนักรายงานงบบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 4 ปี 2563 คือ กลุ่มReal Sector นำโดยบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4 เติบโตโดดเด่น 1,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากความต้องการกลุ่ม Food & Beverage และ FMCG ที่ฟื้นตัวได้ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะในไทยและเวียดนาม หนุนยอดขายเติบโต 4% ส่วนปี 2564 คาดยอดขายจะเติบโต 13.1% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 105,000 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ความต้องการกระดาษบรรจุภัณฑ์ กล่องลูกฟูก ฯลฯ แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว แต่ระยะสั้นควรให้ราคาย่อตัวลงมาก่อน
ขณะที่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) (SCC) คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 4 ที่ 8,816 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MOC ซึ่งเป็นปิโตรเคมีต้นน้ำทำให้รายได้รวมลดลง 13% แต่ชดเชยได้จาก Spread ผลิตภัณฑ์หลักที่เพิ่มขึ้นมาก บวกกับกำไรจากธุรกิจ Packaging ที่ฟื้นตัวจากฐานต่ำในปีก่อน โดยรวมยังแนะนำซื้อ เชื่อว่ากำไรที่จะกลับมาเติบโตเด่นในช่วงหลายปีข้างหน้า บวกกับ Fund flow ต่างชาติที่เริ่มกลับมาซื้อหุ้น SCC
ขณะเดียวกัน บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) คาดกำไรสุทธิไตรมาส4 อยู่ที่ 3,800 ล้านบาท ลดลง 47.1% จากไตรมาสก่อน รับผลลบจากรายการพิเศษที่สุทธิแล้วในงวดนี้เป็นขาดทุนรวมราว 2,000 ล้านบาท แต่หากตัดรายการพิเศษ พิจารณาเฉพาะกำไรปกติคาดจะลดลงเล็กน้อยเพียง 5.3% จากไตรมาสก่อนหน้าทขณะที่งวดไตรมาส 1 ปี 2564 ลุ้นกำไรประคองตัวได้จากไตรมาสก่อนหน้า และทั้งปี 2564 กำไรพลิกฟื้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คำแนะนำคือ trading ตามทิศทางราคาน้ำมันได้
สำหรับประเด็นสำคัญที่มีน้ำหนักการลงทุนในตลอดสัปดาห์หน้า คือ IMF รายงานคาดการณ์ World GDP Growth จะปรับลดมุมมองลงมาก/น้อยเพียงใด หลังจากสัปดาห์ก่อนหน้า World Bank นำร่องปรับลดจีดีพีโลกปี 2564 ลงเหลือ 4% เดิม 4.2%, ติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เวลาตี 2 วันที่ 28 ม.ค. คาดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เดิม 0-0.25%






