thansettakij
thansettakij
SEG ลั่น 5 ปี ขึ้นแท่นอันดับ5

SEG ลั่น 5 ปี ขึ้นแท่นอันดับ5

09 ม.ค. 64 | 09:20 น.

“ฐากร” ลั่น พาเครือไทยโฮลดิ้งส์โตก้าวกระโดด ปักธง 5ปี ดันธุรกิจประกัน ขึ้นชั้นอันดับ5 ในระบบ พร้อมดึงลูกค้าใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม 30% จากฐานลูกค้า 3 ล้านราย  ก่อนขยายตลาดจากกลุ่มทีซีซีกรุ๊ป

 

หลัง“เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี”ผู้ถือหุ้นใหญ่และเจ้าของอาณาจักรธุรกิจประกันและการเงิน ภายใต้บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SEG ได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้นไปเมื่อเดือนตุลาคม 2563 โดยนายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ได้โยกหุ้นที่ทั้งสองถือรวมกันเกือบ 75% ให้บริษัทย่อย 2 แห่งที่ทั้งสองคนถือหุ้นทางตรงและทางออ้มใน 2 บริษัทรวมกันคือ 100% คือบริษัท ผลมั่นคงธุรกิจ จำกัดและบริษัท อาคเนย์แมเนจเม้นท์ จำกัด พร้อมกับดึงตัวมืออาชีพอย่าง “ฐากร ปิยะพันธ์” อดีตประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ และ ผู้บริหารสายงานดิจิทัลแบงก์กิ้งและนวัตกรรม ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา มารับดำรงตำแหน่ง “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร” แทนนายโชติพัฒน์ พีชานนท์ ที่ขยับไปนั่งตำแหน่ง “ประธานกรรมการบริหาร”

 

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน)หรือ SEG เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ปี(2564-2566)จากนี้ จะเน้นพัฒนาระบบและวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อให้สอดคล้องกลยุทธ์ของกลุ่ม TCC Group ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Life Solution Insurance and Financial Platform” ที่สามารถสร้าง Ecosystem ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถ บ้าน ครอบครัว สุขภาพ และสถาบันที่มีฐานเครือข่ายอยู่ โดยจะใช้ศักยภาพนี้ไปต่อยอดธุรกิจ

 

สำหรับธุรกิจการเงิน ต้องปรับองค์กรและเตรียมความพร้อมทั้งระบบและคนเพื่อให้สอดรับกับระบบดิจิทัลและการใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการลูกค้า ทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางบริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่นเดียวกับแนวทางของฟินเทคกับอินชัวร์เทค จะวางโครงสร้างพื้นฐานก่อนจะปรับใช้ดิจิทัลกับข้อมูลที่มีอยู่และเตรียมความพร้อม ซึ่งหลังจากปีที่ 3 ปีที่4 และปีที่5 ดิจิทัลแพลตฟอร์มก็จะเดินหน้าเต็มที่ไปใช้เทคโนโลยี เช่น ธุรกิจประกันก็จะเป็น “อินชัวร์เทค” 

 

สำหรับเป้าหมายการขยายตลาด อยากทำธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิตที่มีฐานลูกค้ากว่า 3 ล้านรายให้ขึ้นมาอยู่บนดิจิทัลแพลตฟอร์มประมาณ 30% ในอีก 5ปีข้างหน้า ซึ่งน่าจะเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดทั้งวินาศภัยและประกันชีวิตเป็นอันดับที่5 (Top5) จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 6 และประกันชีวิตอยู่อันดับที่ 10 และพยายามจะต่อยอดในธุรกิจรถเช่าองค์กร ที่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 รวมถึงแนวโน้มการต่อยอดธุรกิจในรูปแบบการสร้างแพลตฟอร์มขึ้นเองหรือส่งต่อพันธมิตร เช่น การต่อยอดธุรกิจโรงพยาบาลในเครือข่ายกว่า 2,000 แห่งหรือสามารถทำ Crowdsourcing อะไหล่รถยนต์ 

SEG ลั่น 5 ปี ขึ้นแท่นอันดับ5

 

นายฐากรกล่าวว่า  ปีนี้ธีมคร่าวๆ คือ จัดการองค์กรอย่างเป็นระบบและวางโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อต่อยอดธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการลูกค้า

 

“เราอยากทำตลาดประกันทั้งวินาศภัยและชีวิตเป็นดิจิทัล ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่แล้วกว่า 3 ล้านราย รอบนี้เป็นเรื่องปรับฐาน เน้นความแตกต่างด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการผ่านการใช้ Data และดิจิทัล เพราะธุรกิจประกันมี Big Data ถ้าสามารถใช้ Data ดูความมีประสิทธิภาพในเรื่องการเคลม จะทำให้ต้นทุนมีประสิทธิภาพและเราควรจะไปอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าเข้าไปและเราต้องเป็นหนึ่งในนั้น เพราะเราต้องขยายตลาด อย่างน้อยปีนี้จะเห็นฐานลูกค้าเพิ่ม 15-20%”

 

อย่างไรก็ตาม คนซื้อประกันชีวิตผ่านดิจิทัลยังมีไม่มาก ส่วนใหญ่ใช้บริการผ่านเอเย่นต์และแบงก์เอสชัวร์รันส์ ส่วนประกันวินาศภัยส่วนใหญ่คนซื้อใช้บริการโบรกเกอร์ เพื่อเปรียบเทียบราคา ดังนั้น หากบริษัทสามารถให้บริการที่ดี มีดิจิทัลแพลตฟอร์มดีจะสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าและด้วยราคาที่คุ้มค่าเงิน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ราคาไปแข่งขัน

 

ส่วนแนวทางลงทุนหรือพัฒนาเทคโนโลยีของ SEG นั้นนายฐากรกล่าวว่า อันดับแรกคือ Core Platform ที่ตัดสินใจลงทุนไปแล้ว แบ่งเป็น 3 ขา คือ อินชัวร์เทค, ดาต้า และปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยรอให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ซึ่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือลงทุนสร้างแพลตฟอร์มที่ผ่านมาได้ร่วมลงทุนกับสิงคโปร์ (PUSEMETRICS PTE LTD.) ตั้งบริษัท เซ็น ทริคส์ คอนซัลติ้ง จำกัด ทำด้านวิเคราะห์ข้อมูลและการวิจัย รวมทั้งได้จัดตั้งบริษัท เอสโซฟิน จำกัด ให้บริการทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นอีกบริษัทลูกของ SEG เพื่อรองรับการทำดิจิทัลโซลูชั่น โดยบริษัทได้ทำเรื่องเทคโนโลยีไว้เยอะมาก มีบริษัทลูกกว่า 20 บริษัท

 

“สองปีจากนี้ จะเป็นเรื่องการปรับวัฒนธรรมองค์กรและลงทุน ซึ่งโชคดีบริษัทได้ลงทุนเรื่องดิจิทัลและเรื่องดาต้าไปก่อนหน้าแล้ว ถ้า 2 อันนี้ ทั้งดาต้าและดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องโซลูชั่น Component กันจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นในอนาคต ฉะนั้นถ้าเราแค่หมุนให้เข้าที่สองปีจากนี้ น่าจะเห็นนํ้า เห็นเนื้อ เห็นหนัง แน่นอน”นายฐากรกล่าว

 

ส่วนการลงทุนผ่านพันธมิตรหรือกองทุนนั้น ที่ผ่านมาบริษัทลงทุนผ่านพันธมิตรตุ๊กตุ๊ก500 แต่ลักษณะการลงทุนดังกล่าว ยังไม่ใช่ลำดับความสำคัญ :ซึ่งบริษัทมีแผนเจรจากับพันธมิตร 4-5ราย แนวทางคือ พิจารณาให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ ไม่ว่าธุรกิจประกัน , สินเชื่อ หรือข้อมูล โดยจะทดลองใช้เทคโนโลยีก่อนเมื่อแน่ใจว่า ระบบดังกล่าวดี จึงจะตัดสินใจซื้อหรือลงทุน 

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,642 วันที่ 7 - 9 มกราคม พ.ศ. 2564