thansettakij
thansettakij
ตกใจ!โควิดรอบใหม่ ขายวันเดียว1.1 หมื่นล้าน

ตกใจ!โควิดรอบใหม่ ขายวันเดียว1.1 หมื่นล้าน

27 ธ.ค. 63 | 04:35 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ธ.ค. 63 | 11:42 น.

สถาบัน-บล. ตกใจโควิด-19 รอบใหม่ แห่ขายหุ้นวันเดียวรวม 11,000 ล้านบาท ขณะที่ต่างชาติและรายย่อยไล่ช้อนเข้าพอร์ต โบรกคาคุมสถานการณ์ได้เร็ว ไม่กระทบจีดีพีปี 64

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในประเทศรอบใหม่ หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังเป็นช่วงปลายปีที่กำลังเตรียมฉลองเทศกาลปีใหม่ ซึ่งถือเป็นฤดูกาลของการจับจ่ายใช้สอย และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยกับการท่องเที่ยว แม้จะยังไม่ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ประชาชนในประเทศก็เตรียมพร้อมที่จะท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทาง ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทางทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การบริโภคภาคครัวเรือน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนอีกด้วย

 

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า ความเคลื่อน ไหวของตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 ธันวาคม 2563 หลังจากมีการประกาศล็อกดาวน์จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และยังพบผู้ติดเชื้อนอกพื้นที่ในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยดัชนีหุ้นไทยเปิดการซื้อขายลดลงทันทีกว่า 50 จุด และลดลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 1,401.78 จุด ลดลง 80.60 จุด หรือ 5.44% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 129,435.44 ล้านบาท 

 

ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 1-21 ธันวาคม 2563 ดัชนีพลิกกลับมาเป็นลบอีกครั้งที่ 6.53 จุด หรือ 0.46% จากเดือนพฤศจิกายนที่ปิดบวกในรอบ 5 เดือน ด้านกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับลดลงมากที่สุดในวันที่ 21 ธันวาคม 2563 คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ -7.67%, กลุ่มก่อสร้าง -7.68 และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ -7.09% ส่วนกลุ่มค้าปลีก -4.97%

ตกใจ!โควิดรอบใหม่ ขายวันเดียว1.1 หมื่นล้าน

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายตามกลุ่มนักลงทุนวันที่ 21 ธันวาคม 2563 นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 7,392.93 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 4,196.93 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 7,794.88 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,794.98 ล้านบาท ด้านมูลค่าซื้อขายสะสมตั้งแต่วันที่ 1 -21 ธันวาคม 2563 นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 17,470.05 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 2,859.59 ล้านบาท นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 17,278.16 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,051.48 ล้านบาท

 

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.) เอเชีย พลัส จำกัดเปิดเผยว่า หากมีการควบคุมโควิด-19 ได้ในเวลา 3-4 สัปดาห์ รวมถึงไม่เกิดการเข้มงวดกิจกรรมเศรษฐกิจมากเหมือนต้นปี 2563 คาดว่า จะไม่กระทบคาดการณ์เศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2564 ที่คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.1% ส่วนผลกระทบต่อประมาณการจีดีพีปี 2563 จากการล็อกดาวน์รอบที่ 2 ในช่วงครึ่งหลังของเดือนธันวาคม หรือ 11 วัน ลดลงอีก 0.1% - 0.4% จากเดิมที่คาดว่าจีดีพีจะอยู่ที่ -6.5% 

 

อย่างไรก็ตาม แรงขายที่มีส่วนใหญ่เกิดจากความตกใจ สะท้อนได้จากปริมาณ Block Trade คงค้างในระบบลดลงจาก 30,200 ล้านบาท เหลือ 24,200 ล้านบาท ตํ่ากว่าระดับก่อนเกิดโควิด-19 รอบแรกที่ 28,000 ล้านบาท อีกทั้งนักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิสัญญา SET50 Futures กว่า 22,000 สัญญา รวมถึงการซื้อหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในรอบปัจจุบัน ด้วยมูลค่ากว่า 39,000 ล้านบาท อยู่ในระดับ 1,350 จุด ถือเป็นอีกหนึ่งแนวรับที่สำคัญของ และระดับดัชนี ณ ปัจจุบัน ต่างชาติมีกำไรไม่มากนัก แสดงว่าดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสฟื้นตัว 

 

สำหรับหุ้นกลุ่มอุตสาห กรรมที่ได้รับผลกระทบน้อย รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่คือ กลุ่มคลังสินค้าซึ่งจากผลกระทบต่อกิจกรรมการส่งออกของไทย เพราะสินค้าในท่าเรือที่รอคอยการส่งออกต้องใช้เวลานานขึ้น เนื่องจากต้องตรวจคัดกรองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ขณะที่สินค้าส่งออกจำเป็นต้องหาที่จัดเก็บชั่วคราว ส่งผลบวกต่อธุรกิจคลังสินค้าที่บริการอยู่ภายในพื้นที่ท่าเรือ, กลุ่มถุงมือยาง จากความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น, กลุ่มเทคโนโลยี เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ปรับฐานน้อยมาก และกลุ่ม Global Play เช่น หุ้นที่อิงกับราคานํ้ามันดิบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,638 วันที่ 24 - 26 ธันวาคม พ.ศ. 2563