
ธปท.เผยยอดขอรับความช่วยเหลือทยอยลดลง 1.2 ล้านล้านบาท
ธปท. ระบุเดือน ต.ค.ลูกหนี้เข้าพักต่อ"ธุรกิจ 32%-รายย่อย 29%"ยอดขอรับความช่วยเหลือลดลง 1.2ล้านล้านบาท
นางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ภาคธรุกิจและรายย่อยภาพรวมทยอยปรับลดลง 1.2 ล้านล้านบาท เมื่อครบกำหนดมาตรการการพักชำระหนี้ในเดือนตุลาคม2563 โดยยอดหนี้ลดเหลือ 6 ล้านล้านบาทจากเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีจำนวน 7.2ล้านล้านบาท ส่วนใหญ่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ โดยการช่วยเหลือที่ผ่านมาเป็นลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 55% และของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 45%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิด 6 ข้อเท็จจริง "ธนบัตรใหม่"
"คนละครึ่ง”-“ช็อปดีมีคืน” ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมพุ่งเป็นเดือนที่ 7
ธปท. ย้ำไม่มีนโยบายแทรกแซงค่าเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า
สำหรับมูลหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความช่วยเหลือแบ่งเป็นลูกหนี้ธุรกิจ 63% และลูกหนี้รายย่อย 37% โดยลูกหนี้ธุรกิจได้รับการปรับโครงสร้างหนี้อย่างต่อเนื่อง และจากการประเมินพบว่า 66% ของหนี้ภาคธุรกิจสามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข 32% ต้องปรับโครงสร้างหนี้ ส่วนที่เหลือ 2% เป็นกลุ่มลูกหนี้เปราะบางที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถติดต่อได้
สำหรับลูกหนี้รายย่อยพบว่า 70% สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข70%ส่วนอีก 29%ต้องปรับโครงสร้างหนี้หรือมีมาตรการผ่อนปรนมารองรับ และสัดส่วน 1% ยังเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถติดตามได้
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง ธปท. ได้ติดตามและร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และเพื่อพิจารณามาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ได้ทันต่อเหตุการณ์ มีประสิทธิภาพ และสามารถรักษาความมั่นคงของระบบการเงิน สำหรับลูกหนี้ที่ประสบปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมสามารถติดต่อผ่าน call center ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งได้โดยตรง หรือ โทร 1213 ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริหารทางการเงิน ธปท. ส่วนลูกหนี้ที่มีปัญหาการติดต่อสถาบันการเงิน สามารถแจ้งความต้องการที่จะปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินผ่าน “ทางด่วนแก้หนี้”






