
ยัน หนี้สาธารณะปีหน้า ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี
สบน.ปฎิเสธ ข้อมูลออนไลน์ ยัน ยัน หนี้สาธารณะปีหน้า ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพีแน่
ตามที่เพจออนไลน์แห่งหนึ่ง ระบุว่า “ธนาคารโลกรายงานประเด็นเศรษฐกิจไทยจะเผชิญภาวะวิกฤตอย่างรุนแรง หนึ่งในปัญหาสำคัญที่สุด คือ ตัวเลขหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นทะลุเพดานสูงสุดในรอบ 18 ปี ซึ่งเกิดจากรัฐบาลกู้เงินจำนวน 1.9 ล้านล้านบาท คิดเป็น 13% ของ GDP” นั้น
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนตุลาคม 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 7.8 ล้านล้านบาท โดยมีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี อยู่ที่ 49.53% ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยทางการคลังซึ่งกำหนดไว้ไม่เกิน 60% ต่อจีดีพี ขณะที่ปี 2543 มีสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูงสุดเท่ากับ 59.98% เนื่องจากประสบกับวิกฤติของสถาบันการเงินในประเทศ
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสัดส่วนหนี้ภาครัฐบาล ก็พบว่า รัฐบาลไทยมีหนี้อยู่ในระดับต่ำ เพียง 44.37% เท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 62.89% ขณะเดียวกันสัดส่วนของไทยยังอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนและประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน เนื่องจากหนี้สาธารณะส่วนใหญ่เกิดจากการกู้เพื่อเป็นรายจ่ายลงทุนในระบบงบประมาณ และการกู้เพื่อลงทุนในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้านต่างๆ ซึ่งส่งผลให้จีดีพีของประเทศเกิดการขยายตัวตามไปด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลมีภาระจากการกู้เงินโดยตรงเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เพียง 1 ล้านล้านบาท ไม่ใช่ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกระทรวงการคลังดำเนินการกู้เงินภายใต้ พ.ร.ก. ดังกล่าวแล้วจำนวน 348,761 ล้านบาทเท่านั้น






