thansettakij
thansettakij
ทองลงไม่ถึง 26,000 บาทแน่!

ทองลงไม่ถึง 26,000 บาทแน่!

11 พ.ย. 63 | 10:22 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 64 | 16:17 น.

ราคาทองร่วงหนัก หลังมีข่าวดี ความคืบหน้าผลิตวัคซีนต้านโควิดแล้ว 90% ส่งผลความเสี่ยงลด นักลงทุนโยกเงินลงทุนหุ้น เขียวยกแผง นายกสมาคมค้าทองเชื่อ ราคาทองตกไม่ถึงบาทละ 26,000 บาทแน่  หลังจากขึ้นไปสูงสุดบาทละ 30,000 บาท แนวโน้มระยะยาวยังขาขึ้น รับข่าวแผน QE2  ฟื้นเศรษฐกิจ

หลังการแถลงข่าวของไฟเซอร์ อิงค์ บริษัทยารายใหญ่สุดของสหรัฐและ BioNTech บริษัทยาของเยอรมนีที่ร่วมกันพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนว่า มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% ในการป้องกันไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ดัชนีหุ้นดาวโจนส์และทั่วโลกต่างตอบรับในทางบวกปรับเพิ่มขึ้นกันถ้วนหน้า 

สวนทางกับตลาดทองคำ ที่ราคาทองร่วงลงกว่า 100 ดอลลาร์ หรือกว่า 5% ใกล้หลุดระดับ 1,850 ดอลลาร์ จากการที่่นักลงทุนพากันเทขายสินทรัพย์ปลอดภัยทั้งทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐด้วย นอกจากนั้นเงินดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆด้วย ทั้งแรงหนุนจากข่าวความคืบหน้าการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และคาดการณ์ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนจะผ่อนคลายลง หากนายโจ ไบเดน ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาทองคำจะรับข่าวดีจากวัคซีน แต่แนวโน้มดอลลาร์ที่ยังอ่อนค่าอาจจะหักล้างได้ เพราะหากสกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แนวโน้มราคาทองคำจะปรับเพิ่ม ซึ่งหลังจากนายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งในสรัฐและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย ระยะที่2 (QE2) ซึ่งทั้ง 2ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยลบกดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าและราคาทองคำอาจจะปรับเพิ่ม

ทองลงไม่ถึง 26,000 บาทแน่!

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำและประธานกรรมการ บริษัท ห้างขายทอง จินฮั้วเฮง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ราคาทองคำในประเทศที่ปรับตัวลดลงถึงบาทละ 1,200 บาทเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนนั้นมีปัจจัยมาจากการเลือกตั้งในสหรัฐ ที่มีแนวโน้มว่านายโจ ไบเดน จะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แทนนายโดนัล ทรัมป์ ประกอบกับมีกระแสว่า สหรัฐสามารถคิดค้นวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ได้แล้ว จึงทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจสหรัฐและโลกจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง 

ทั้งนี้มองว่า ราคาทองคำในช่วงระยะสั้น จากนี้จนถึงสิ้นปี จะทรงๆ อยู่ในระดับนี้ โดยหากจะปรับตัวลดลง ราคาขายปลีกในประเทศจะหลุดบาทละ 27,000 บาท ได้ แต่จะไม่ต่ำลงไปถึงบาทละ 26,000 บาทแน่นอน แต่หากปรับเพิ่มขึ้น ก็จะไม่สูงถึงบาทละ 30,000 บาทเช่นกัน ดังนั้นเชื่อว่าในช่วงนี้นักลงทุนยังคงเก็งกำไรในระยะสั้นได้อยู่ แต่ยังไม่แนะนำในการถือครองทองคำในระยะกลางและยาวมากนัก

“ราคาทองหลังจากนี้ คงไม่ปรับขึ้นลงไปมากกว่านี้เท่าไรนัก เพราะนักลงทุนที่ลงทุนทองคำก็เป็นกลุ่มเดิมๆ มีการลงทุนที่จำกัด หากขายทิ้งเพราะเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มดี ก็ไม่ทำให้ทองคำปรับราคาลดลงมาก แต่ถ้าจะขึ้นก็ดันขึ้นได้ไม่มากเช่นกัน”นายจิตติกล่าว

อย่างไรก็ตามจะต้องจับตาดูต่อไปว่า สถานการณ์การเลือกตัวในสหรัฐฯ จะราบรื่นหรือไม่ โดยเฉพาะหลังวันวันรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค.2564 ว่าจะเกิดปัญหา เกิดจลาจล หรือเกิดการไม่ส่งมอบตำแหน่งให้กันหรือไม่ ประกอบกับจะสามารถเดินหน้าตามนโยบายที่หาเสียง และมีผลดีต่อเศรษฐกิจให้กลับมาพลิกฟื้นได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเกิดปัญหาขึ้น ราคาทองคำจะกลับมาปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งได้ เพราะสหรัฐฯ ถือเป็นประเทศใหญ่ที่มีผลต่อการลงทุนของทั้งโลก หากมีผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น การลงทุนในทุกประเภทย่อมได้รับผลตามไปด้วย

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุกกล่าวว่า หลังการประกาศความคืบหน้าการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 สำเร็จมากกว่า 90% แค่เพียงข่าวเดียว ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงถึง 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์เพิ่มขึ้นกว่า 400 จุดรวมถึงตลาดหุ้นในเอเชียที่ดี๊ด๊าขึ้นมาทันที เพราะหากวัคซีีนที่เป็นล๊อตฉุกเฉินออกมาได้ในเดือนธันวาคมนี้ จะสามารถควบคุมโควิดได้ดีขึ้นและคาดหวังว่าผู้คนจะสามารถกลับมาทำงานปกติได้ในปีนี้ ทำให้ความเสี่ยงลดลง  นักลงทุนจึงย้ายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์เสี่ยงพวกหุ้น ขณะที่ตลาดทองและเงินกระทบมากที่สุด

สำหรับทิศทางราคาทองคำระยะสั้น ราคาทองคำยังคงถูกกดดันและมีทิศทางผันผวนไม่แน่นอน แต่ยังเป็นขาลง แต่ระยะยาว ราคายังเป็นขาขึ้น ตราบใดที่ราคายังไม่หลุดแนวรับที่ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะยังมีปัจจัยบวกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิดระยะที่2 (QE2) อีก 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ดำเนินการอัดฉีดเงินไปรอบแรกในเดือนมีนาคม และเฟดพยายามที่จะกระตุ้นรอบ 2 ช่วงก่อนเลือกตั้ง เพราะหากไม่กระตุ้นเศรษฐกิจจะฟื้นยาก เพราะถูกกระทบอย่างหนักจากโควิด ซึ่งหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่น่าจะผลักดันให้มีความคืบหน้ามากขึ้นในเดือนธันวาคม ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกอย่างแรงต่อราคาทองคำ 

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษบกิจ ฉบับที่ 3,626 วันที่ 12 - 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563