thansettakij
thansettakij
ธ.ก.ส. เตรียมให้ของขวัญปีใหม่เกษตรกร คืนดอกเบี้ย ลูกหนี้ดี

ธ.ก.ส. เตรียมให้ของขวัญปีใหม่เกษตรกร คืนดอกเบี้ย ลูกหนี้ดี

06 พ.ย. 63 | 06:24 น.

ธ.ก.ส.ให้ของขวัญปีใหม่เกษตรที่ชำระหนี้ดี ด้วยการคืนดอกเบี้ยให้ ระบุ สินค้าเกษตรราคาดี ส่งผลบวกคนเป็นหนี้ลดลง

นายสุรชัย รัศมี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และในฐานะรักษาการแทนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ​เปิดเผยว่า ธนาคารจะเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) ในช่วงปลายเดือนพ.ย.นี้ พิจารณาอนุมัติโครงการ ชำระดีมีคืน สำหรับลูกค้าที่ชำระหนี้ดี โดยจะได้รับการลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะเป็นเท่าไหร่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มโครงการได้ ในเดือนธ.ค.นี้

 

“ที่ผ่านมาเราเคยทำมาตรการนี้ คือ ชำระดีมีคืน โดยลดอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าประมาณ 20% สำหรับลูกค้าที่ชำระดี แต่ครั้งนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ โดยหวังว่าจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับเกษตรกร”นายธนารัตน์ กล่าว

 

นอกจากนี้ธนาคารยังประเมินภาพรวม การกลับมาชำระหนี้หลังสิ้นสุดการพักชำระหนี้ของลูกหนี้ช่วงกลางปีหน้าว่า​ น่าจะกลับมาชำระได้ดี​ เนื่องจาก​ สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรกรหลายตัวปรับตัวดีขึ้น​ เช่น​ ยางพารา​ เป็นต้น​ ซึ่งคาดว่า​ ยอดการชำระหนี้จะกลับมาเกิน​ 50% ของลูกค้าที่พักชำระหนี้

ธ.ก.ส. เตรียมให้ของขวัญปีใหม่เกษตรกร คืนดอกเบี้ย ลูกหนี้ดี

ทั้งนี้​ ที่ผ่านมาธนาคารได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า​ในบางส่วน จากทั้งหมดที่เข้าโครงการพักชำระหนี้ 3.25 ล้านราย ซึ่งสำรวจแล้วทั้งสิ้น 2.9 ล้านราย หรือคิดเป็น 82% ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ซึ่งที่เหลือคาดว่าจะสำรวจแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

 

สำหรับการสำรวจได้แบ่งลูกค้าออกเป็นระดับสี่ ประกอบด้วย สีเขียว กลุ่มลูกหนี้ที่มีการชำระปกติ คิดเป็น 72% หรือ 2.09 ล้านราย ของ 2.9 ล้านรายที่สำรวจแล้ว สีเหลือง กลุ่มที่ต้องปรับโครงสร้างหนี้ หรือปรับเปลี่ยนหนี้ คิดเป็น 23% หรือ 6.7 แสนราย สีส้ม กลุ่มที่ต้องฟื้นฟูอาชีพ และได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติม คิดเป็น 3% หรือ 9.8 หมื่นราย กลุ่มสีแดง กลุ่มที่ต้องลดหนี้ คิดเป็น 2% หรือ 4.3 หมื่นราย และกลุ่มสีดำ หรือกลุ่มที่ต้องตัดเป็นหนี้สูญ มีจำนวน 1.5 พันราย

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากจัดชั้นหนี้เรียบร้อยแล้ว ธนาคารจะเร่งหามาตรการดูแลลูกหนี้ที่ต้องช่วยเหลือเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องการให้เข้าไปดูแลลูกหนี้หลังจากสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ และผ่อนปรนการชำระหนี้

ทั้งนี้ ธนาคารยืนยัน มีสภาพคล่องเพียงพอในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะขณะนี้ธนาคารมีกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 13.2%

 

ขณะที่สถานการณ์หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) คาดว่าปีบัญชี 2563 จะไม่แตกต่างจากสิ้นปีบัญชี 2562 ที่อยู่ระดับ 4.03% ซึ่งขณะนี้สถานการณ์หนี้ NPL ณ วันที่ 30 ก.ย.2563 ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.95% จากพอร์ตหนี้ทั้งหมด 1.5 ล้านล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ยังอยู่ในช่วงมาตรการพักชำระหนี้ อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้จะไม่กระทบสถานการณ์ NPL เพราะธุรกิจยังสามารถเดินหน้าไปได้