
การเมืองกดดันหุ้นไทยปิดดิ่ง 21.03 จุด
หุ้นไทยปิดลบ 21.03 จุด กังวลการเมืองในประเทศ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกทม. โบรกหวั่นชุมนุมยืดเยื้อกระทบโฟลว์ต่างชาติ
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2563 เคลื่อนไหวผันผวนในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยมีแรงขายลดความเสี่ยงจากการเมืองในประเทศ หลังจากมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และความกังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีความไม่แน่นอน จากที่นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พฤศจิกายนถือเป็นเรื่องที่ยาก ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,242.96 จุด ลดลง 21.03 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.66% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 54,209.15 ล้านบาท ขณะที่ ดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,258.09 จุด และต่ำสุดอยู่ที่ 1,240.75 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
KBANK ปิดที่ 73.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,458.56 ล้านบาท
PTT ปิดที่ 33.00 บาท ลดลง 0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,028.67 ล้านบาท
CPF ปิดที่ 26.00 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,771.24 ล้านบาท
HANA ปิดที่ 48.75 บาท ลดลง 2.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,350.71 ล้านบาท
CPALL ปิดที่ 59.25 บาท ลดลง 1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,300.85 ล้านบาท
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยที่ปรับลดลงแรงมาจากความไม่แน่นอนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐ ที่คาดว่าจะออกมาล่าช้าและไม่ทันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมถึงการเมืองในประเทศที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ มองว่าหากการชุมนุมไม่มีความรุนแรง แต่มีความยืดเยื้อ จะส่งผลต่อการบริโภคของประชาชน อีกทั้งกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติจะไม่ไหลกลับเข้ามา และยังไหลออกอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ พัฒนาการของการชุมนุม, ผลการเจรจาออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ (เบร็กซิท) ภายในสัปดาห์นี้ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรปที่กลับมาใช้มาตรการ Lockdown อีกครั้ง ทั้งนี้คาดดัชนีหุ้นไทยแนวรับอยู่ที่ 1,230 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิมของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,260 จุด และหากดัชนีหุ้นลดลงหลุดแนวรับที่ 1,230 จุด ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเก็งกำไร
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า การปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นไทยมาจากแรงขายหุ้นขนาดใหญ่บางตัว และหุ้นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งยังประเมินไม่ได้ว่าจะมีความยืดเยื้อหรือไม่ แต่หากสถานการณ์ยังเป็นเหมือนในปัจจุบัน จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นแน่นอน เพราะประเมินความรุนแรงและระยะเวลาไม่ได้ แต่มีความกังวลต่อสถานการณ์มากกว่าว่าจะไปในทิศทางไหน และถึงแม้นักลงทุนจะมองว่าไม่มีความรุนแรง แต่บรรยากาศการลงทุนก็จะยังคงอึมครึมอยู่
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย ไตรมาส 3 ปี 2563 โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะทยอยประกาศออกมา รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ระบุว่าจะมีมาตรการออกมาใหม่ ซึ่งต้องติดตามว่าคืออะไรขณะที่ ปัจจัยในต่างประเทศที่มีผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก คือ งบเยียวยาของสหรัฐที่ยังมีความไม่แน่นอนว่าจะผ่านสภาได้เมื่อไหร่






