thansettakij
thansettakij
ตรวจแถวกระทรวงอุตสาหกรรมกับ 3 ประเด็นร้อน

ตรวจแถวกระทรวงอุตสาหกรรมกับ 3 ประเด็นร้อน

20 เม.ย. 59 | 02:00 น.
อีกไม่กี่เดือนก็ครบ 1 ปี หลังเข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมหญิงคนแรก สำหรับดร. อรรชกา สีบุญเรือง ที่มาปฏิบัติหน้าที่ทันทีเมื่อได้รับแต่งตั้งสิงหาคมปี 2558 สลัดเก้าอี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี เปิดใจกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึง 3 ภารกิจร้อนที่สังคมพากันจับตา ไล่ตั้งแต่การสานต่อเรื่อง การออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือร.ง.4, งานมาตรฐานอุตสาหกรรม รวมถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมล้วนเป็นประเด็นใกล้ตัวที่สังคมติดตาม

 ปรับสมอ.ทำงานมาตรฐานเร็วขึ้น

เธอกล่าวว่า เริ่มต้นเก้าอี้รัฐมนตรีถึงขณะนี้ก็ราว 8 เดือนเศษ ก็เข้ามาสานต่องานด้านการออกใบอนุญาตต่างๆ รวมถึงการเน้นงานมาตรฐาน อย่างพ.ร.บ.โรงงานเรียกว่ามีการปรับปรุงไปมากแล้ว ในแง่ขั้นตอนการออกใบอนุญาต จนเสียงบ่น แทบจะไม่มีแล้ว เช่น ใบอนุญาตรง. 4 ช่วงไตรมาสแรกปี2559 ขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งในแง่ปริมาณโรงงานและมูลค่าเงินลงทุน ที่มีผู้ประกอบการมายื่นขอตั้งโรงงานและขยายโรงงานจำนวน 1,181โรงงาน เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกของปีก่อนที่มียอดยื่นขอเพียง 1,096 โรงงาน หรือเพิ่มขึ้น7.75% ขณะที่มูลค่าลงทุนอยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่าลงทุน 9.36 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21%

ขณะที่งานด้านมาตรฐานยังต้องมีปรับปรุงหลายเรื่อง มีการตั้งคณะกรรมการทำงานจัดโครงสร้างการมาตรฐานและแก้ไขพ.ร.บ.การมาตรฐานแห่งชาติ มาดูเรื่องปรับโครงสร้างงานด้านมาตรฐานชาติ ที่ระบบงานกระจายอยู่ 4 หน่วยงานคือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) จากกระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณะสุข สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กระทรวงเกษตรฯ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ในขณะที่สมอ.เองก็ต้องดูว่าจะปรับปรุงอย่างไร จากที่ผ่านมาจะเน้นการกำกับดูแลเสียมากกว่า แทนที่จะเน้นในเรื่องของการพัฒนามาตรฐานใหม่ๆ ออกมา หรือส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้มาตรฐานให้มากขึ้น ล่าสุดทางเลขาธิการสมอ. (ธวัช ผลความดี ) ก็เร่งปรับการทำงานให้เร็วขึ้นแล้ว ซึ่งเวลานี้ก็มีทั้งเรื่องผลิตภัณฑ์ยาง ที่มีการวิจัยออกมาใหม่ๆ ก็ดูว่าทำอย่างไรถึงจะเร่งให้มีการใช้ยางได้มากขึ้น ถ้ามาตรฐานไม่ออกภาครัฐก็จะจัดซื้อจัดจ้างไม่ได้ เช่น ที่เวลานี้เราพูดกันถึงสนาม ฟุตซอล พูดถึงผลิตภัณฑ์สนามเด็กเล่น พื้นรองเบาะน้ำ แม้แต่คอกสัตว์ เหล่านี้มาตรฐานจะต้องไปด้วยกัน

อย่างเมื่อเร็วๆ นี้กระทรวงอุตสาหกรรมก็เซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ เรื่องบัญชีนวัตกรรม ก็มีนโยบายขึ้นบัญชี ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ซึ่งก็มีมาตรการสนับสนุนทำให้ภาครัฐสามารถที่จัดซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ โดยวิธีพิเศษ แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นจะต้องมีมาตรฐานถึงจะจัดซื้อได้ ซึ่งทางสมอ.กับกระทรวงวิทย์ฯก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรจะเร่งออกมาตรฐานได้เร็ว ยกตัวอย่างถ้ามีงานวิจัยและมีการทดสอบ ก็อาจจะเอาผลงานวิจัยทดสอบมาขอมาตรฐานได้เลย ไม่ต้องมาขึ้นบัญชีแล้วไปทดสอบวิจัยใหม่ เหล่านี้ก็ต้องร่วมมือกัน ฉะนั้นเวลาขึ้นบัญชีก็จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ พอขึ้นบัญชีแล้วก็ต้องได้มาตรฐาน สมอ.ก็ต้องออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาครัฐถึงจะซื้อได้ ทีนี้ถ้าขึ้นบัญชีไปแล้วแต่มาตรฐานไม่ออกมาหรืออกช้า มันก็ไม่มีประโยชน์ ซึ่งตรงนี้จะต้องเร่ง ทำอย่างไรให้กระบวนการออกมาตรฐาน หรือบัญชีนวัตกรรมออกได้เร็วขึ้น

 18 มาตรฐานเหล็กบังคับก.ย.นี้

นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานอื่นๆ ด้วย เช่น มาตรฐานเหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ที่ก่อนหน้านี้สมาคมเหล็ก 7 สมาคม มาขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรฐานบังคับ และมาตรฐานทั่วไป ที่ในอดีตกระบวนการ ขั้นตอนจะช้ามาก เที่ยวนี้จึงบอกว่าให้ผู้ประกอบการ สมาคมเหล็กต่างๆ ทำงานร่วมกันกับสถาบันเหล็ก และกับทางสมอ. อย่างที่บอกเรื่องอะไรที่ด่วนๆ จะต้องทำอย่างเข้มข้น เวลาออกมาตรฐานจะต้องมีรายละเอียด โดยเร่งจัดทำและทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สินค้าเหล็ก จำนวนทั้งสิ้น 24 ฉบับ ในจำนวนนี้กำหนดเป็นมาตรฐานบังคับ 18 มาตรฐานที่จะประกาศใช้กันยายนนี้

และอีก 6 รายการจะเร่งรัดให้เร็วขึ้น ซึ่งเวลานี้ยังมีข้อมูลไม่มาก ดังนั้นภาคเอกชนต้องเร่งทำงาน ส่วนใหญ่จะให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ เหล่านี้ถ้าออกมาได้ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้สินค้าไม่ได้มาตรฐานเข้ามาได้ ไม่ใช่เรื่องการกีดกันทางการค้า เพราะถ้าผลิตภัณฑ์นั้นได้มาตรฐานเราก็อนุญาตให้นำเข้า แต่สินค้าที่เอาเข้ามาง่ายๆ ด้อยมาตรฐานก็จะถูกดึงออกไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เหล็ก งานก่อสร้าง ต้องเร่งรัดเพราะเป็นเรื่องความปลอดภัย

 เข้มงวดงานด้านสิ่งแวดล้อม

ดร.อรชกา กล่าวถึงงานด้านสิ่งแวดล้อมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเข้มงวดมากขึ้น เช่น มีการลักลอบนำกากอันตรายไปทิ้งผิดที่ กรมโรงงานก็เข้มงวดมากขึ้นในการจัดการกากอุตสาหกรรม ซึ่งทางกรมโรงงานเข้มงวดมากขึ้น ทั้งโรงบำบัด โรงกำจัดกาก โดยมีการตรวจสอบใครไม่ลงทุนจริงถึงเวลารับกากมาก็สั่งปิดให้แก้ไขโดยล่าสุดกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)สั่งให้แก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจำนวน 76 แปลง แบ่งเป็นเหมืองแร่ 44 แปลง โรงแต่งแร่ 2 โรง และโรงโม่ 30 โรง
รวมถึงเร่งให้ผู้ประกอบการเข้าระบบ ที่จะต้องส่งกากอุตสาหกรรมเข้าโรงบำบัด และติดตั้งระบบจีพีเอสที่รถขนกากอุตสาหกรรม

 13พ.ค.จ่อหยุดเหมืองอัครา

ส่วนการทำเหมืองแร่ทุกชนิดล้วนเป็นประเด็นร้องเรียนด้านสิ่งแวดล้อมอยู่ในขณะนี้ ถือเป็นภารกิจที่เหนื่อย เพราะเจอแต่การร้องเรียน ทางกพร.เองก็เข้มงวดและมีสั่งปิดให้แก้ไข ล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นที่คนติดตามคือการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบ โลหกรรมหรือในส่วนของโรงถลุงแร่ทองคำ ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ที่จ.พิจิตร ซึ่งวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ใบอนุญาตโรงถลุงโลหะ ก็จะหมดอายุ และโรงถลุงนี้ใบอนุญาตก็ไม่เหมือนรง. 4 ซึ่งรง.4 ถ้ายังไม่ต่อให้ก็ยังทำไปได้เรื่อยๆ แต่ใบอนุญาตโรงถลุงถ้าไม่ต่ออายุให้ก็คือต้องหยุด

ตอนนี้ยังไม่รวมถึงเรื่องขยายหลุม แต่ในหลุมนั้นยังมีเนินอยู่เนินหนึ่งที่บริษัท อัคราฯขอสัมปทานที่ขณะนี้บริษัทดังกล่าวอยู่ระหว่างรอการอนุมัติต่ออายุประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำชาตรี ในจังหวัดพิจิตร จำนวน 92 ไร่ จากแปลงประทานบัตรที่มีอยู่ 14 แปลง กินเนื้อที่ประทานบัตรประมาณ 3.9 พันไร่ แต่กพร.ยังไม่ได้พิจารณา ซึ่งถ้าให้สัมปทานก็จะอยู่ได้อีก 4-5 ปี ตอนนี้เสียงชุมชนที่คัดค้านก็มี 2 ฝ่าย คืออบต. ผู้ใหญ่บ้าน เซ็นต์ชื่อลงเสียงเชียร์ผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันก็มีฝ่ายค้านมาเซ็นต์ชื่อต่อต้านด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า ตอนนี้เรามีคณะกรรมการแก้ไขปัญหา 2 คณะ เป็นคณะด้านสาธารณสุข และคณะด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้ง 2คณะต้องไปรวบรวมข้อมูลมาว่าข้อมูลด้านต่างๆ เป็นอย่างไร ดูว่าตกลงแล้วมีคนป่วยจริงหรือไม่ ก็ต้องมาดูข้อมูลทุกส่วนที่ถูกตั้งเป็นประเด็น

 ทุกส่วนต้องสรุปก่อนลงพื้นที่

อย่างไรก็ตามในวันที่ 22 เมษายนนี้เราอยากจะสรุปผลได้ เพราะวันที่ 23 เมษายนนี้ รัฐมนตรี 4 กระทรวงจะลงพื้นที่ ฉะนั้นกพร.จะต้องสรุปผลด้านเศรษฐกิจ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม สุขภาพ มาเสนอรัฐมนตรี เช่นเดียวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทรวงอื่นก็ต้องสรุปให้รัฐมนตรีแต่ละท่านก่อนลงพื้นที่ ในแง่ของบริษัท อัคราฯเอง ก็อยากให้สรุปผลภายในเดือนเมษายนนี้

"ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นห่วงเห็นประชาชนร้องเรียนแบบนี้ สั่งให้ทั้ง 4 กระทรวงไปดูแล จากนี้ไปทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องมาหารือกัน เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นคนผลักดันให้เกิดการลงทุนกระทรวงทรัพยฯ ก็ดูแลเรื่องอีไอเอ เรื่องสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงวิทย์"

 กพร.แหยงโดนฟ้องทุกประตู

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวทิ้งท้ายว่า เวลานี้ในแง่กพร.เอง ก็กังวลให้ต่อใบอนุญาตหรือต่อประทานบัตรก็โดนกลุ่มค้านฟ้อง ทั้งชาวบ้านบางส่วน และเอ็นจีโอ ถ้าไม่ให้ก็โดนบริษัทฟ้องเพราะทำถูกต้องทุกอย่าง ฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องมีหลักฐานมีข้อมูลชัดเจน ศาลก็ต้องดูข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจ ตอนนี้ก็น่าเห็นใจข้าราชการที่ต้องรับผิดชอบทั้งขึ้นทั้งร่อง เราก็ต้องดูแลข้าราชการด้วย ดีไม่ดีรัฐมนตรีก็โดนฟ้องด้วย ฉะนั้นต้องดูเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,149 วันที่ 17 - 20 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market