
เปิดโพย 20 หุ้นเด่น "แนวโน้มกำไรดี-อิงวัคซีน"
KS เปิดโพย 20 หุ้นเด่น "แนวโน้มกำไรดี - อิงโควิด" คาดกําไรบจ.ครึ่งหลังปี63 ฟื้นตัว 81% จากครึ่งปีแรก นําโดยกลุ่มพลังงาน กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มรับเหมาฯ กลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มสาธารณูปโภค แต่เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนยังต่ำกว่า 21%
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ระบุว่า กิจกรรมในประเทศฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องหลัง จากที่ภาคธุรกิจกลับมาให้ดำเนินงานตามปกติ ตั้งแต่กลางเดือน พ.ค. 63 ด้วยเหตุนี้เราจึงคาดว่ากําไรโดยรวมจะฟื้นตัวขึ้น 81% HoH ในครึ่งหลังของปี 63 นําโดย กลุ่มพลังงาน กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มรับเหมาฯ กลุ่มอสังหาฯ และกลุ่มสาธารณูปโภค
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรโดยรวมในครึ่งหลังของปี 63 จะตํ่ากว่าครึ่งหลังของปี 62 อยู่ 21% เนื่องจากคาดการณ์ว่าอัตราการฟื้นตัวของกลุ่มบริการที่พึ่งพิงจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าอย่างมาก จะยังมีภาพรวมที่อ่อนแอซึ่งเป็นผลมาจากการเลื่อนโครงการ Travel Bubble ออกไป หลังพบว่ามีการแพร่ระบาดของไวรัสโควดิ-19 ระลอกที่ 2 ในหลายประเทศ
ทั้งนี้เราคาดว่ากลุ่มการท่องเที่ยว กลุ่มขนส่ง และกลุ่มโรงภาพยนตร์จะมีผลขาดทุนในครึ่งหลังของปี 63 ขณะที่คาดว่ากลุ่มธนาคาร กลุ่มการเงิน กลุ่มอสังหาฯเพื่อการพาณิชย์ กลุ่มพาณิชย์ กลุ่มการแพทย์ กลุ่ม ICT และกลุ่มอสังหาฯ จะมีกําไรที่ลดลงมากกว่า20% YoY ในช่วงครึ่งปีหลัง
ส่วนกลุ่มที่คาดว่าจะมีกําไรเติบโตดีหรือพลิกฟื้นในครึ่งปีหลัง คือกลุ่มอาหาร กลุ่มรับเหมา กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มสาธารณูปโภค
ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรโดยรวมจะฟื้นตัวขึ้นสู่ระดับเดียวกับปี 62 (ก่อนวิกฤตโควดิ-19) ได้ในปี 65 เมื่อนักท่องเที่ยวขาเข้าฟื้นตัวขึ้นจากจุดตํ่าที่ 8 ล้านคนในปี 63 เป็น 36 ล้านคนในปี 65
ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีปฏิกิริยากับผลการทดสอบวัคซีนไวรัสโควดิ-19 หลังจากที่รัสเซีย ประกาศว่าประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควดิ-19 แล้ว ซึ่งเราสังเกตเห็นการโยกย้ายกลุ่มการลงทุนนับตั้งแต่การประกาศดังกล่าว ด้วยการที่หุ้นกลุ่มอิงปัจจัยวัคซีน
(กลุ่มการทอ่งเที่ยว กลุ่มขนส่ง กลุ่มสื่อ กลุ่มธนาคาร กลุ่มการเงิน และกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์) ปรับตัวขึ้นเด่นกว่า SET Index
ขณะที่หุ้นที่มีกำไรแข็งแกร่งในไตรมาส 2/2563 หรือกลุ่มที่กำไรอาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาวัคซีน (เช่น กลุ่มถุงมือยาง) เริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมา เราคาดว่าการโยกย้ายกลุ่มการลงทุนจะดําเนินต่อไป และแนะนํา 2 กลยุทธ์ให้กับนักลงทุนดังนี้
1.เลือกซื้อหุ้นปัจจัยบวกเฉพาะตัวชัดเจนหรือพื้นฐานดีขึ้นและภาพรวมด้านกำไรที่สดใสต่อในครึ่งหลังของปี 2563 หุ้นกลุ่มนี้ได้แก่หุ้น 1. ASIAN ราคาเป้าหมาย 15.00 บาท , 2. BGRIM ราคาเป้าหมาย 53.25 บาท , 3.CBG ราคาเป้าหมาย 153.00 บาท , 4.CHAYO ราคาเป้าหมาย 9.40 บาท , 5.COM7 ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท
6.DOHOME ราคาเป้าหมาย 13.90 บาท ,7.GULF ราคาเป้าหมาย 36.25 บาท ,8.JMTราคาเป้าหมาย 39.00 บาท , 9.PTG ราคาเป้าหมาย 21.00 บาท , 10.PTTGC ราคาเป้าหมาย 55.25 บาท
2.เข้าซื้อหุ้นอิงประเด็นวัคซีน (การประกาศผลการพัฒนาวัคซีนในเฟส 3 ช่วงเดือนหน้า ) ได้แก่ 1.AAV ราคาเป้าหมาย 2.60 บาท , 2. AMATA ราคาเป้าหมาย 18.50 บาท , 3.AOT ราคาเป้าหมาย 56.00 บาท , 4. CPN ราคาเป้าหมาย 63.50บาท 5.M ราคาเป้าหมาย 65.00 บาท
6.MAJOR ราคาเป้าหมาย 21.05 บาท , 7.MINT ราคาเป้าหมาย 23.25 บาท 8. TISCO ราคาเป้าหมาย 80.00 บาท 9.TKN ราคาเป้าหมาย 13.00 บาท และ 10. BBL ราคาเป้าหมาย 124.00 บาท






