thansettakij
thansettakij
เปิดข้อเปรียบเทียบ “ใช้หุ่นยนต์เก็บผลไม้แทนแรงงานคน” หนุนรายรับ-กำไรส่วนเพิ่ม

เปิดข้อเปรียบเทียบ “ใช้หุ่นยนต์เก็บผลไม้แทนแรงงานคน” หนุนรายรับ-กำไรส่วนเพิ่ม

31 ส.ค. 63 | 05:29 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ส.ค. 63 | 12:53 น.

เปิดข้อดี “การนำหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้”ทดแทนแรงงานคน –แนะเร่งต่อยอดผลิตผลไม้สดส่งออก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเทียบประสิทธิภาพการใช้หุ่นยนต์เก็บผลไม้แทนแรงงานคน หนุนรายรับ-กำไรส่วนเพิ่ม-ลดต้นทุนแนะเร่งต่อยอดผลิตผลไม้มีศักยภาพ ประเมิน  5ปีข้างหน้าความต้องการผลไม้และผักในตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโต 4.6% ต่อปีขณะที่ปีนี้ภาพรวมการส่งออกผลไม้ไทยอาจอยู่ที่ราว 120,000-125,000 ล้านบาท หรือขยายตัว  6.1-10.5%โดยเฉพาะผลไม้สดส่งออกมีสัดส่วน 79% 

เปิดข้อดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย “หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้...เทคโนโลยีเปลี่ยนโฉมภาคเกษตรไทย มุ่งเริ่มในกลุ่มผลไม้มูลค่าสูงก่อน (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-บีโอไอหนุนผู้ประกอบการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติไทย

 

หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้ นับเป็นเทคโนโลยีทางการเกษตรสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง ตอบโจทย์ปัญหาในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวได้เป็นอย่างดี โดยไทยควรนำมาใช้ในกลุ่มผลไม้ที่มีมูลค่าสูงที่เน้นคุณภาพเป็นหลักเป็นอันดับแรกก่อน ตามมาด้วยผลไม้ในกลุ่มลักษณะเหมาเข่ง เพราะส่วนใหญ่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป 

สำหรับในแง่ของประสิทธิภาพการใช้งานหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้เมื่อเทียบกับแรงงานคน ตลอดช่วงอายุการใช้งานของหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้ (10 ปี) ประเมินว่า การนำหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้เข้ามาใช้ทดแทนแรงงานคนเพื่อเพิ่มคุณภาพของผลไม้ จะสามารถสร้างรายรับส่วนเพิ่มที่ดีได้รวมราว 5.9 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนส่วนเพิ่มจากการใช้หุ่นยนต์ไม่แตกต่างจากการใช้แรงงานคนมากนักราว 0.4 ล้านบาท ส่งผลให้มีกำไรส่วนเพิ่มจากการใช้หุ่นยนต์เมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคนรวมราว 5.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 0.55 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้จะสามารถคืนทุนได้ในปีที่ 4 สะท้อนถึงประสิทธิภาพของหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลไม้ที่น่าสนใจ 

อ่านฉบับเต็ม

https://medias.thansettakij.com/media/pdf/2020/1598852433.pdf