thansettakij
thansettakij
อากาศร้อนทุบพีกการใช้ไฟฟ้า กฟผ.จี้เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดีรับมือ

อากาศร้อนทุบพีกการใช้ไฟฟ้า กฟผ.จี้เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดีรับมือ

19 เม.ย. 59 | 07:00 น.
เข้าสู่หน้าร้อนที่ไร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ก็หนาวๆ ร้อนๆ ว่า จะต้องรับมือกับความต้องการใช้ไฟฟ้าให้เพียงพอได้อย่างไร โดยเฉพาะอากาศยิ่งร้อนมากๆ ก็ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งในปีนี้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือพีก ก็เกิดขึ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมามีปริมาณการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 27,639 เมกะวัตต์ ทำลายสถิติปีก่อนไปแล้วที่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์ -การใช้ไฟทุบสถิติปีก่อน

[caption id="attachment_45457" align="aligncenter" width="700"] สถิติการเกิดพีกในปี 2558 และปี 2559 สถิติการเกิดพีกในปี 2558 และปี 2559[/caption]

สำหรับพีกที่สูงขึ้นมานี้ ถือเป็นเพียงการเริ่มต้นของฤดูร้อนเท่านั้น เพราะกฟผ.คาดการณ์ว่า ด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว จะส่งผลให้พีกปีนี้ขึ้นไปสูงสุดที่ประมาณ 2.85 หมื่นเมกะวัตต์ ภายใต้อุณหภูมิถึง 38.5 องศาเซลเซียสในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้ ซึ่งมาตรการที่กระทรวงพลังงาน นำออกมาใช้เพื่อต้องการลดพีกในช่วงนี้ ได้มีการเริ่มรณรงค์ ขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนตระหนักถึงในการประหยัดพลังงานและลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์ "รวมพลังคนไทย ลดพีกไฟฟ้า" โดยร่วมปฏิบัติการ 4 ป. "ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน" ได้แก่ ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับแอร์เป็น 26 องศาปลดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์เบอร์ 5 ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น.เป็นระยะเวลา 2 เดือน

ส่วนการรณรงค์จะได้ผลหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของความสมัครใจที่จะไปบังคับกันยาก แต่ที่ทำแล้วเห็นเป็นรูปธรรมออกมา หลายๆฝ่าย ได้ไปให้น้ำหนักด้านบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานหรือ Demand-Side Management (DSM) โดยหันมาให้การส่งเสริมและสนับสนุนการเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กินไฟน้อย แต่ให้ประสิทธิภาพสูงซึ่งจะช่วยให้พีกของประเทศลดลงเป็นการถาวรได้ ไม่เพียงแค่ช่วงการณรงค์ประหยัดไฟฟ้าในหน้าร้อนเท่านั้น

 กฟผ.ลุยงานดีเอสเอ็มรับมือ

นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการกฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการในด้านนี้ ชี้ให้เห็นว่า การนำดีเอสเอ็มมาใช้ โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้ามากขึ้นหรือที่รู้จักกันทั่วไป"ฉลากเบอร์ 5" ที่ได้ดำเนินการติดฉลากให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ไปแล้ว 22 รายการ ตลอดในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ประมาณ 4 พันเมกะวัตต์ หรือช่วยลดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 800 เมกะวัตต์ ลงได้ 5 โรง ช่วยประหยัดเงินลงทุนก่อสร้างโรงฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งในปีนี้กฟผ.จะดำเนินการติดฉลากเบอร์ 5 ให้กับอุปกรณ์ต่างๆ อีก 5 รายงาน รวมทั้งสิ้นเป็น 27 รายงาน ซึ่งจะช่วยให้เกิดการประหยัดใช้ไฟฟ้าได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพี 2015 ได้มีการบรรจุแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปีเอาไว้ มีเป้าหมายที่จะลดการใช้ไฟฟ้าลงให้ได้ 1 หมื่นเมกะวัตต์ หรือลดการใช้ไฟฟ้าลงให้ได้ปีละ 500 เมกะวัตต์ และการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในแผน ควบคู่กับการดำเนินงานในมาตรการต่างๆ

 จี้เปลี่ยนใช้หลอดแอลอีดี

ที่สำคัญการหันมาให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ให้แสงสว่างอย่างหลอดไฟฟ้า LED ที่เวลานี้กำลังจะเข้ามามีบทบาท หรือเข้ามาแทนที่หลอดนีออนหรือหลอดตะเกียบ ที่ถือว่ากินไฟน้อยอยู่แล้ว จะยิ่งกินไฟน้อยลงมากยิ่งขึ้นอีก หรือช่วยประหยัดไฟฟ้าลงได้ 50-60 % มีการประมาณการณ์ว่าปัจจุบันทั้งประเทศมีการใช้หลอดไฟอยู่ราว 100 ล้านหลอด หากเปลี่ยนมาใช้หลอด LED ได้ทั้งหมดจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ประมาณ 2 พันเมกะวัตต์ แต่ปัญหาก็คือจะทำอย่างไรให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้หลอด LED เป็นไปอย่างแพร่หลายได้ ในเมื่อราคาต่อหลอดยังอยู่ในระดับสูงอยู่เมื่อเทียบกับวัตต์การใช้งานของหลอดไฟที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

คำตอบหนึ่งที่ได้จากผู้ว่าการกฟผ.ได้ชี้ให้เห็นว่า ในช่วงแรกที่มีการส่งเสริมการใช้หลอด LED ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนการผลิตค่อนข้างสูง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ราคาได้ปรับตัวลดลงมาก ยกตัวอย่างหลอด LED 11 วัตต์ จากที่เคยอยู่หลอดละกว่า 200 บาท ขณะนี้ก็ลงมาเหลือ 115 บาทต่อหลอดแล้ว ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้ผลิตเข้ามาผลิตแข่งขันกันมากขึ้น ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10 ราย และอีก 5 ราย นำเข้าจากต่างประเทศ และคาดว่าในระยะอันใกล้นี้จะมีผู้ผลิตหลอดไฟฟ้าทั้งหมดเข้ามาผลิตกันทุกราย เหมือนกับหลอดตะเกียบที่ใช้อยู่ใช้ในเวลานี้

โดยปัจจุบันมีการประเมินว่า ประเทศมีการใช้หลอด LED แล้วประมาณ 10 ล้านหลอด ซึ่งถือว่ายังอยู่ในประมาณที่ต่ำ แต่ก็มีสัญญาณออกมาในทิศทางที่ดีว่า การใช้หลอด LED จะปรับตัวสูงขึ้นปีละประมาณ 10 % ด้วยปัจจุบันราคาที่ทยอยปรับตัวลดลง และประสิทธิภาพแสดงสว่างที่ดีกว่า และกินไฟน้อยลงเมื่อเทียบกับจำนวนวัตต์ใช้งานที่เท่ากันกับหลอดประหยัดไฟทั่วไป

ทั้งนี้ ในการส่งเสริมการเปลี่ยนมาใช้หลอด LED กฟผ.ได้ดำเนินการติดฉลากเบอร์ 5 สะสมไปแล้วจำนวน 4.4 ล้านหลอดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งกฟผ.หวังว่าในปีนี้น่าจะมีการเติบโตอีกในระดับไม่ต่ำกว่า 1 ล้านหลอด เพราะแค่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาได้รับการติดฉลากตามยอดการผลิตไปแล้ว 3-4 แสนหลอด โดยพบว่าจำนวนหลอด LED ที่มีการใช้อยู่ 4.4 ล้านหลอดนี้ สามารถที่จะช่วยประหยัดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 38 เมกะวัตต์ -จัดงานใหญ่กระตุ้นตลาด

ส่วนการกระตุ้นตลาดในปีนี้นั้น ทางกฟผ.ได้จัดกิจกรรมงาน"LED Expo & Thailand Energy Saving Week 2016" ขึ้นมาอีกครั้งโดยหวังจะช่วยกระตุ้นตลาดและภาคประชาชน ให้หันมาใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้าหรือที่มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นงานแสดงสินค้านานาชาติที่จัดแสดงเทคโนโลยีในการอนุรักษ์พลังงานยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนเป็นการชุมนุมของผู้ประกอบการที่มาจากทั่วโลกกว่า 500 ราย ที่นำเทคโนโลยีมาแสดง พร้อมกับเปิดให้มีการจับคู่ทางการค้า และเปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าชมงานพร้อมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพราคาพิเศษ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 3 หมื่นคน เพิ่มจากปีก่อนที่มีอยู่ราว2.2 หมื่นคน ซึ่งตั้งเป้าเกิดรายได้ทางการค้าราว 1 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีอยู่ราว 800 ล้านบาท

รวมทั้งจะมีบริษัทจัดการพลังงานหรือ ESCO ที่จะมาทำการตรวจสอบและให้คำปรึกษาการลดใช้พลังงาน หรือมีการจับคู่ทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการต้องการร่วมลงทุนในการประหยัดพลังงาน โดยสนับสนุนเงินทุนให้ก่อน แล้วแบ่งปันผลประหยัดที่ได้ร่วมกัน

อีกทั้ง กฟผ.จะจัดกิจกรรม"เก่าแลกใหม่" ให้ประชาชนสามารถนำหลอดไฟเก่ามาแลกรับหลอดไฟ LED เบอร์ 5 ขนดา 5 วัตต์ จำนวน 2 พันหลอด ตลอดการจัดงาน เป็นต้นซึ่งงานจะจัดระหว่างวันที่ 19-22 เมษายน 2559 ณ ศูนย์แสดงสินคาและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

โดยสรุปแล้ว การดำเนินงานของกฟผ.ในการนำบริหารจัดการด้านการใช้ไฟฟ้ามาใช้ ที่เน้นการส่งเสริมใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้านั้น จะเป็นการช่วยลดพีกลงได้อย่างถาวร เมื่อเทียบกับการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดการใช้พลังงานเป็นครั้งคราว เพราะหากสามารถทำให้อัตราการขยายตัวของการใช้ไฟฟ้าต่ำกว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีของประเทศได้ ก็แสดงว่า สามารถใช้ประโยชน์หรือผลตอบแทนจากโรงไฟฟ้าที่สร้างขึ้นมาได้อย่างแท้จริง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,148 วันที่ 14 - 16 เมษายน พ.ศ. 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market