thansettakij
thansettakij
ลุ้น!หุ้นก่อสร้าง รับครม.ใหม่

ลุ้น!หุ้นก่อสร้าง รับครม.ใหม่

09 ส.ค. 63 | 06:03 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 64 | 02:11 น.

บล.ทิสโก้จับตาครม. เศรษฐกิจชุดใหม่ ทำงานร่วมกันจากพรรคผสม แนะออกมาตรการกระตุ้นจ้างงาน และให้เงินอุดหนุนธุรกิจเอสเอ็มอี พร้อมหารูปแบบกระตุ้นท่องเที่ยวให้น่าสนใจกว่านี้ ด้านบล.เอเซียพลัสนํ้าหนักรมว.คลัง สร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นไทย 

กระแสการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ประยุทธ์ 2/2 โดยเฉพาะครม.เศรษฐกิจ ที่มาพร้อมกับความคาดหวังที่มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงที่ต้องฟื้นฟูจากผลกระทบไวรัสโควิด-19 ถูกจับตาตั้งแต่เป็นตัวเต็งจนล่าสุดมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นที่สนใจของประชาชนเพราะเศรษฐกิจปัจจุบันอ่อนแอมาก จึงคาดหวังให้ผู้ที่จะเข้ามาดำเนินงานต่อเป็นคนที่มีความเข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงใจตรงจุดให้มากที่สุด
 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ทิสโก้ จำกัดเปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มองว่าครม.เศรษฐกิจชุดใหม่นี้ จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นกับผลงานมากกว่าหน้าตา เพราะเป็น การทำงานแบบผสมกันหลายพรรค การเมือง โดยต้องติดตามการทำงานร่วมกับทีมเศรษฐกิจเดิมที่มีอยู่แล้วได้ดีแค่ไหน ทั้งนี้ หากมีการสานต่อนโยบายและทำงานร่วมกันได้ไม่มีปัญหา ก็จะส่งผลให้มาตรการต่างๆ ที่ออกมามีประสิทธิภาพมากขึ้น
 อย่างไรก็ตามแนะนำครม. เศรษฐกิจชุดใหม่ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ตรงจุดมากขึ้น  โดยเฉพาะการจ้างงาน ที่ปัจจุบันปัญหาหลักคือ มีคนตกงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งในเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ควรแบ่งมาอนุมัติโครงการหลัก เพื่อให้เกิดการจ้างงาน รวมถึงเสนอให้มีเงินอุดหนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ที่ยังดำเนินกิจการช่วยให้เกิดการจ้างงานอีกทางเพราะช่วงที่เกิดวิกฤติ ธุรกิจขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบน้อย แต่ธุรกิจขนาดเล็กถูกกระทบหนักซึ่งที่ผ่านมาเงินกู้ยังใช้ไม่ได้ผลมากควรจะทำให้ถูกจุดและให้เข้าไปถึงกลุ่มดังกล่าว
 นอกจากนั้น มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยว มองว่า ควรทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่า มาตรการที่กำลังดำเนินการอยู่ ระหว่างรอการเกิดขึ้นของวัคซีนต้านไวรัส
ลุ้น!หุ้นก่อสร้าง รับครม.ใหม่

โควิด-19 โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ควรคิดหารูปแบบใหม่ให้กระตุ้นความน่าสนใจมากกว่านี้ เพราะปัจจุบันมาตรการที่ทำอยู่ได้รับความสนใจน้อย ประชาชนออกมาใช้ไม่มาก ขณะที่การกระตุ้นการบริโภคก็เช่นกัน เพราะยังมีประชาชนบางส่วนที่ไม่ตกงาน และยังมีเงินใช้จ่าย แต่ไม่มีมาตรการที่น่าสนใจเหมือนที่ผ่านมาที่เคยมีมาตรการชิม ช้อป ใช้ ที่สร้างยอดกระตุ้นได้ค่อนข้างดี 

 บล.เอเซีย พลัส จำกัดระบุว่า ครม.ชุดใหม่นั้น ให้นํ้าหนักไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่คือ นายปรีดี ดาวฉาย ซึ่งเป็นไปตามที่คาดก่อนหน้า โดยคาดว่า จะช่วยสร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นไทย เนื่องจากรัฐมนตรีคลังคนใหม่ และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ อาจจะเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ และวงเงินที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาในช่วงที่เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง ปี 2563 ส่งสัญญาณชะลอตัว
 

 ทั้งนี้ เชื่อว่า สิ่งสำคัญที่ทีมเศรษฐกิจใหม่จะเร่งผลักดันคือ เม็ดเงินเศรษฐกิจของรัฐที่ยังคงค้างอยู่ คือ เงินที่ยังไม่ได้อนุมัติและเบิกจ่ายในช่วงก่อนหน้าจาก พ.ร.ก. 1 ล้านล้านบาท ซึ่งปัจจุบันยังเหลือวงเงินที่ยังไม่ได้อนุมัติอีก 613,000 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายและอนุมัติไปแล้ว 387,000 ล้านบาท รวมถึงผลักดันการเบิกจ่ายเงินลงทุนโครงการลงทุนภาครัฐ คาดว่าจะเป็นโครงการที่ครม. ยังไม่ได้อนุมัติประมาณ 752,000 ล้านบาท และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ คาดเป็นมาตรการที่มีการพูดถึงก่อนหน้า คือ มาตรการกระตุ้นการจับจ่าย คล้ายชิมช้อปใช้ หรือช้อปช่วยชาติ และมาตการด้านภาษี เช่น ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)  
 สำหรับความคาดหวังต่อมาตรการชุดใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยหนุนหุ้นในกลุ่มที่ได้ประโยชน์ เช่น กลุ่มก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน อย่างบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) (CK), บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) (STEC), บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) (PYLON) และบริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) (INSET) ส่วนกลุ่มค้าปลีก คือ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) (CPALL) และบริษัท เอส พี วี ไอ จำกัด (มหาชน) (SPVI)

 

หน้า 15 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,599 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563

  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • money_market