thansettakij
thansettakij
แนะลงทุนหุ้นอานิสงส์ โควิด-19

แนะลงทุนหุ้นอานิสงส์ โควิด-19

16 ก.ค. 63 | 23:45 น.
อัปเดตล่าสุด :17 ก.ค. 63 | 06:49 น.

โบรกมองการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสอง กระทบตลาดหุ้นน้อยกว่ารอบแรก คาดไทยไม่ปิดประเทศ แต่ปิดพื้นที่เสี่ยงบางที่เท่านั้น คาดกระทบหุ้นอิงรายได้จากท่องเที่ยวเป็นหลัก ชี้ STGT-STA รับอานิสงส์ความต้องการใช้มากขึ้น

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศที่ดูเหมือนจะเริ่มคลี่คลาย จากการไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศต่อเนื่องกว่า 50 วัน แต่ล่าสุดกลับเกิดความกังวลอีกครั้ง เมื่อพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ได้เดินทางออกนอกสถานที่ ทำให้เกิดความวิตกว่า จะมีการแพร่เชื้อและต้องใช้มาตรการ Lockdown ทั้งหมดอีกครั้งหรือไม่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนให้กลับมาขายหุ้นอีกระลอก โดยดัชนีหุ้นไทยวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ปิดที่ 1,342.37 จุด ลดลง 8.13 จุด หรือ 0.60%

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศ ไทย) เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากเกิดการระบาดรอบสองของไวรัสโควิด-19 ผลกระทบจะไม่รุนแรงเท่ากับรอบแรก และจะฟื้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง Upside มีไม่ค่อยมาก โดยปัจจุบันการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มเห็นการอยู่กับสถานการณ์นี้ได้แล้ว แม้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตยังควบคุมได้ดี โดยเฉพาะในจีนและสหรัฐที่เริ่มลดลงต่ำกว่าวันละ 1,000 ราย ขณะที่ในไทยมีการปิดความเสี่ยงในบางพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ยังไม่มีการปิดประเทศอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามมองว่า อาจจะมีผลกระทบกับหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่างโรงแรมและสายการบิน ที่อาจจะมีการเปิดแบบจำกัดมากขึ้น รวมถึงหุ้นที่อิงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้านกลุ่มหุ้นที่ไม่ถูกกระทบ คือ กลุ่มที่มีรายได้มั่นคง และอิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก ขณะที่ หุ้นถุงมือยาง เช่น บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (STGT) ยังปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยราคาที่เริ่มแพง ทำให้การเก็งกำไรเริ่มไปที่บริษัทแม่ คือ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) (STA) ที่เห็นมีสัญญาณดีขึ้น 

แนะลงทุนหุ้นอานิสงส์ โควิด-19

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า กระแสความกังวลการระบาดรอบ 2 เริ่มเกิดขึ้น โดยเชื่อว่า ภาครัฐจะมีแนวโน้มออกมาตรการใน 2 รูปแบบ คล้ายกับที่เคยทำในอดีต ทั้งการป้องกันอย่างการปิดสถานที่เสี่ยงรวมถึงมาตรการเยียวยา และกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ อาจทำให้ประชาชนชะลอการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะกดดันการบริโภคเอกชน, การลงทุนเอกชน, การจ้างงาน และสร้าง Downside ต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นไทยต่อไป

สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากโควิด-19 คือ STGT และ STA จากการกลับมาตระหนักถึงการป้องกัน ช่วยหนุนความต้องการใช้ถุงมือยางเพิ่มขึ้น ส่วนหุ้นที่ปรับตัวได้ดีในตอนเกิดโควิด-19 ในระยะแรก อย่างกลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการบริโภค คือ CPF และ CPALL, กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากปรับตัวตาม Social Distancing อย่าง ADVANC, INTUCH และ DIF และหุ้นที่มีการปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับผลกระทบไวรัสโควิด-19 คือ DCC 

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลง เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐพุ่งขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความกังวลว่า รัฐบาลอาจจะกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง และกังวลเพิ่มขึ้นหากมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบสองในประเทศไทย อีกทั้งการเมืองในประเทศมีความเสี่ยงมากขึ้นจากการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ซึ่งนักลงทุนมีความกังวลว่า จะมีการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ จะกระทบความเชื่อมั่นต่อการลงทุน

ประกอบกับในช่วงสัปดาห์นี้ กลุ่มสถาบันการเงินจะทยอยประกาศผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี 2563 ออกมาคาดว่า ตัวเลขจะปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ธนาคารออกมาตรการช่วยลูกหนี้ตามแนวนโยบายของธปท.ในการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 2 ครั้ง และพักชำระหนี้ ยืดหนี้ให้กับลูกหนี้

“ปัจจัยเชิงบวกที่ส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุน เช่น การทดลองวัคซีนในสหรัฐมีความคืบหน้าในทางที่ดี บริษัท Gilead Sciences Inc เปิดเผยผลการทดลองยา Remdesivir พบว่า สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิด-19ได้ถึง 62% ขณะที่รพ.จุฬา รายงายว่า วัคซีนโควิด-19ที่ทดลองในลิงได้ผลดีมากเตรียมทดสอบในมนุษย์ประมาณต.ค.-ธ.ค.63” 

 

หน้า 14 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,592 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2563