
ทิพยพร้อมเยียวยาบ้านสุขาวดี-ทีมสำรวจภัยลงพื้นที่แล้ว
3ค่ายประกันเยียวยาบ้านสุขาวดี-ซีอีโอบมจ.ทิพย “สมพร”ลั่นพร้อมดูแลลูกค้า -เบื้องต้น “GATS Survey”บริษัทสำรวจภัยจากอังกฤษลงพื้นที่แล้ว
สืบเนื่องจากบ้านสุขาวดี คฤหาสน์หรูพันล้านบาท อ.บางละมุง ชลบุรี เกิดเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 1กรกฎาคม 2563 มี ดร.ปัญญา โชติเทวัญ เจ้าของสหฟาร์ม ผู้ประกอบธุรกิจส่งออกไก่แปรรูป โดย "บ้านสุขาวดี" ทำประกันด้วยทุนประกันประมาณ 2,000ล้านบาท เป็นลักษณะการรับประกันร่วมระหว่าง 3บริษัท ประกอบด้วย บมจ.ทิพยประกันภัย บมจ.วิริยะประกันภัย และ บมจ.แอลเอ็มจีประกันภัยนั้น
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)หรือ TIP เปิดเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า บ้านสุขาวดีทำประกันภัยไว้กับ บมจ.ทิพยประกันภัย ในสัดส่วน 50.1%คิดเป็นค่าเบี้ยครึ่งหนึ่งของทุนประกันดังกล่าว หรือราว 991ล้านบาท ที่เหลือเป็นของ 2ค่ายบริษัทประกันรวมกันในสัดส่วน 49.9%
ปัจจุบันอยู่ระหว่างสำรวจภัย โดย GATS Survey ซึ่งเป็นบริษัทสำรวจภัยจากประเทศอังกฤษได้ลงพื้นที่สำรวจภัย โดยส่วนตัวตอนนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด แต่ถ้าทุนประกันภัยที่ 2,000ล้านบาทอาจจะเป็นการประกันภัยทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งนี้ ต้องรอดูในรายละเอียดของทรัพย์สินรับประกัน เพราะทุนประกันทรัพย์สินแต่ละประเภทจะไม่เท่ากัน
ต่อข้อถามถึงแนวทางการจ่ายสินไหมชดเชยนั้น นายสมพรกล่าวว่า ถ้าเป็นลูกค้าที่ทำประกันภัยกับทิพย ทางบริษัทพร้อมจะดูแลพิเศษ โดยเฉพาะในภาวะที่ทุกคนคิดว่าเศรษฐกิจชะลอตัว ทิพยจะเร่งดำเนินการ
“ถ้าลูกค้าเราเกิดเหตุการณ์ ในภาวะที่ทุกคนคิดว่าเศรษฐกิจดาวน์ ผมจะรีบจ่ายค่าชดเชยความเสียหายก่อนบางส่วน ในหลักการ คือ ต้องพิจารณามูลค่าของทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย เช่น เบื้องต้น ถ้าลูกค้าบอกว่ามีความเสียหาย 200ล้านบาท ผมจะส่งทีมเข้าไปสำรวจความเสียหาย สมมติ 180ล้านบาทและเมื่อได้ข้อยุติเราก็จะจ่ายให้ 100ล้านบาทก่อนทุกอย่างจะSettle”
สอดคล้องแหล่งข่าวระบุว่า เบื้องต้นเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมสำรวจภัย ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย ซึ่งกรณีดังกล่าวจากรายงานเบื้องต้นความเสียหายด้านอาคารไม่มาก แต่จะต้องสำรวจความเสียหายทรัพย์สินอื่นๆ ซึ่งทราบว่าเป็นการประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risks Insurance Policy) ส่วนใหญ่นำส่งประกันภัยต่อต่างประเทศ ทั้งนี้ ทุนประกันรวม 1,961ล้านบาทประกอบด้วยบมจ.ทิพยจำนวน 991ล้านบาท บมจ.วิริยะประกันภัย 679ล้านบาทและบมจ.แอลเอ็มจีอีก ราว 291ล้านบาท






