thansettakij
thansettakij
"โอสถานุเคราะห์" ตัดขายหุ้น OSP 3%

"โอสถานุเคราะห์" ตัดขายหุ้น OSP 3%

29 มิ.ย. 63 | 06:47 น.

"โอสถานุเคราะห์" และ Orizon ขายหุ้น OSP 3% บิ๊กล็อตรวม 90.11 ล้านหุ้น เฉลี่ย 37 บาท มูลค่า 3,337.86 ล้านบาท “เพชร” แจงยังเป็นผู้ถือหุ้นหลัก

รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (OSP) แจ้งต่อตลท.ว่า บริษัทได้รับแจ้งจากผู้ถือหุ้นว่า ผู้ถือหุ้น 4 คนในกลุ่ม Orizon ได้แก่ Orizon Limited, นายเพชร โอสถานุเคราะห์, นายภูรี โอสถานุเคราะห์ และนายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ได้เข้าทำรายการจำหน่ายหุ้นสามัญที่ถืออยู่โดยรวมจำนวน 90,112,500 หุ้น หรือ 3% ให้แก่นักลงทุนสถาบันไทย และนักลงทุนสถาบันต่างประเทศโดยเฉพาะเจาะจง (Private Placement) โดยจะทำการซื้อขายผ่านตลท.ในวันที่ 29 มิถุนายน 2563

อย่างไรก็ตาม การจำหน่ายหุ้นดังกล่าวจะส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นกลุ่ม Orizon เมื่อนับรวมกันแล้วลดลงจากประมาณ 30.69% มาอยู่ที่ประมาณ 27.69%  โดย Orizon Limited จำหน่ายหุ้นสามัญจำนวน 14,927,650 หุ้น หรือ 0.497%, นายเพชร โอสถานุเคราะห์ จำนวน 29,436,750 หุ้น หรือ 0.98%, นายภูรี โอสถานุเคราะห์ จำนวน 30,037,500 หุ้น หรือ 1.00% และนายภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ จำนวน 15,710,600 หุ้น หรือ 0.523% ทั้งนี้ กลุ่ม Orizon ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท และธุรกรรมดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท โครงสร้างการจัดการ และนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด

ด้านนายเพชร โอสถานุเคราะห์ ชี้แจงว่า บริษัทโอสถสภา จำกัด (มหาชน) เป็นธุรกิจที่มีประวัติศาสตร์และมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมายาวนาน ซึ่งครอบครัวมีความผูกพันและมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นบริษัทยังได้ก้าวจากกิจการครอบครัวสู่การเป็นบริษัทมหาชนชั้นนำอย่างสง่างาม ภายใต้วิสัยทัศน์ของคณะกรรมการและทีมผู้บริหารที่ดีเยี่ยม จนนับได้ว่าเป็นองค์กรธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดองค์กรหนึ่งในปัจจุบัน และมีความมั่นคงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา ดังนั้นครอบครัวจึงมีความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะมีการเจริญเติบโตต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะมีอุปสรรคหรือมีวิกฤตใดเกิดขึ้นก็ตาม

เนื่องด้วยทางครอบครัวมีโครงการต่างๆ ที่ได้ไตร่ตรองมานานแล้ว กล่าวคือโครงการด้านศิลปะ วัฒนธรรม และด้านการศึกษาซึ่งจะมีส่วนช่วยในการสร้างรากฐานของวงการศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาของประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งต้องใช้งบประมาณสนับสนุนสูงเกินกว่าที่ครอบครัวจะทำได้ ดังนั้นจึงใคร่ขอชี้แจงต่อนักลงทุนทุกท่านและต่อสาธารณะว่า มีความจำเป็นที่จะต้องทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของการลงทุน และขอให้เข้าใจว่ามีความจำเป็นที่จะ ต้องดำเนินการดังกล่าวในช่วงเวลานี้ โดยขายหุ้นบางส่วนในบริษัท ซึ่งจะทำให้สัดส่วนของหุ้นที่ถือโดยกลุ่มครอบครัวและ Orizon Group เปลี่ยนจาก 30.69%% เป็น 27.69%

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังมีความเชื่อมั่นในบริษัทอย่างสูง และพร้อมที่จะยืนหยัดเป็นผู้ถือหุ้นหลักกลุ่มหนึ่งของบริษัทต่อไปอีกยาวนาน การขายหุ้นบางส่วนในครั้งนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด และพร้อมที่จะสนับสนุนบริษัทให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไปอีกยาวนาน

สำหรับการซื้อขายหุ้น OSP ภาคเช้าวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ราคาปิดที่ 38.50 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 1.91% มูลค่าซื้อขาย 3,984.73 ล้านบาท ราคาสูงสุดอยู่ที่ 38.50 บาท และต่ำสุดที่ 37.50 บาท นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายบนกระดานซื้อขายรายใหญ่ (Big Lot) สูงสุดอันดับ 1 จำนวน 90,212,500 หุ้น มูลค่า 3,337.86 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 37.00 บาท

"โอสถานุเคราะห์" ตัดขายหุ้น OSP 3%