
"ทิสโก้" คาดกำไรกลุ่มแบงก์ไตรมาส2 หด 21% พิษโควิดกดดัน
"ทิสโก้"คาดกลุ่มแบงก์ไตรมาส 2 มีกำไร 3.86 หมื่นลบ.หดตัว 21% จากช่วงเดียวกันของปีที่ก่อน และลดลง 8.7% QoQ พิษโควิด ฉุดรายได้ดอกเบี้ย ดันหนี้เสียเพิ่ม แนะเก็บ " BBL, TMB และ KKP
สำนักวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ คาดผลประกอบการกลุ่มธนาคารไตรมาส 2/63 มีกำไรสุทธิ 3.86 หมื่นล้านบาท ลดลง 20.9% YoY และลดลง 8.7% QoQ โดยผลประกอบการที่ลดลง มาจากรายได้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM )ลดลง แม้ว่าสินเชื่อจะเติบโตขึ้นสูงแต่ด้วยรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ( non-NII) ที่อ่อนแอ และ Credit Cost ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน
คาดสินเชื่อของธนาคารจะเพิ่มขึ้นราว 9.4% จากปกติที่ 4.6% โดยสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากมาตรการของภาครัฐเพื่อป้องกันการหดตัวของสินเชื่อ แต่ด้วย NIM ลดลงจากการลดดอกเบี้ย 2 รอบราว 0.40% ในเดือน เม.ย. หลังการปรับลดการนำส่ง FIDF และ 0.20 % ในเดือน พ.ค. จากการลดดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เราคาดว่า โดยรวมแล้ว NIM จะลดลงราว 0.30% QoQ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 2/63 เป็นต้นไป แต่จะมีเพียง KTB ที่มี NIM เพิ่มขึ้นเนื่องจากไม่มีรายการพิเศษของ AQ
จากผลของการ Lockdown COVID-19 ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาส 2/63 ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียม แต่อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมของกลุ่มหลักทรัพย์ได้ประโยชน์จากตลาดหุ้นที่คึกคักขึ้น และทำให้เราคาดว่าผลขาดทุนจากการลงทุนของ BBL/KBANK จะกลับมากำไรในไตรมาสนี้ และเชื่อว่ากลุ่มธนาคารจะปรับลด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่าการตลาด ทำให้เราคาดว่าคาดใช้จ่ายการดำเนินงานของกลุ่มจะลดลง 0.7% QoQ
ในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอลงเราคาดว่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือ NPL จะเพิ่มขึ้นราว 0.10% เป็น 4.19% เนื่องมาจากมาตรการช่วยเหลือของ ธปท.โดยเราคาดว่าสินเชื่อราว 50% อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างกับธนาคาร ช่วยให้ไม่กลายเป็น NPL สำหรับสินเชื่อ SME ที่มียอดต่ำกว่า 100 ล้านบาท ได้รับการพักชำระหนี้ และเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหลังจากที่หมดช่วงมาตรการช่วยเหลือ ทำให้ NPL จะกลับมาเพิ่มขึ้นในไตรมาส1/64
แม้ว่า NPL จะเพิ่มขึ้นไม่มาก แต่ Credit Cost จะทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากกลุ่มธนาคารต้องมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเช่นในไตรมาส1/63 แต่จะมีการบริหารการตั้งสำรองเพื่อลดผลกระทบ และเราคาดว่าธนาคารจะรักษา Credit Cost ไม่ให้เพิ่มขึ้นต่อในไตรมาส2/63 (ธปท. มีการผ่อนปรนการรับรู้ NPL และลดความเข้มงวดของ ECL ลง)
แนะนำให้ "ซื้อ" BBL, TMB และ KKP โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 154 บาท, 12.60 บาท และ 56.00 บาท ตามลำดับ






