thansettakij
thansettakij
“โลกเปลี่ยน”โจทย์หินผู้ว่าการธปท.คนใหม่

“โลกเปลี่ยน”โจทย์หินผู้ว่าการธปท.คนใหม่

20 มิ.ย. 63 | 01:03 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มิ.ย. 63 | 08:04 น.

จับตาบอร์ดสรรหาผู้ว่าธปท. 25 มิ.ย. ขยายเวลารับสมัครเพิ่มหรือไม่ หลังรายชื่อมีเพียง 4 ราย ด้านกูรูในตลาดลั่น ผู้ว่าการ ธปท.ไม่เพียงมีความรู้ความสามารถด้านการเงินและการคลัง เพื่อรับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปมาก  แต่ต้องกล้าตัดสินใจ และยืดหยัดบนความถูกต้อง 

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า หลังปิดรับสมัครผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) แทนนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธปท.คนปัจจุบัน ซึ่งจะหมดวาระในเดือนกันยายนไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ปรากฏว่า มีผู้ยื่นสมัครรวม 4 ราย โดยเป็นลูกหม้อธปท. 2 รายคือ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน และนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน และบุคคลภายนอกอีก 2 ราย คือนางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบุตรสาวนายชวลิต ธนะชานันท์ อดีตผู้ว่าการธปท. และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (ในรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี) และนายสุชาติ เตชะโพธิ์ไทร อดีตรองกรรมการผู้จัดการประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยาเจเอฟ จำกัด 

ทั้งนี้ ผู้ว่าการ ธปท.เป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด มีวาระ 5 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ ซึ่งรัฐมนตรีว่า การกระทรวงการคลังจะเป็นผู้สรรหาและเสนอชื่อไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติรับรองจึงจะทูลเกล้าฯไปยังพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ประธานกรรมการ(บอร์ด)สรรหาผู้ว่าการธปท.เปิดเผย“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า คณะกรรมการสรรหาจะมีการประชุมกันในวันที่ 25 มิถุนายน เพื่อพิจารณาว่า จะขยายเวลารับสมัครเพิ่มหรือไม่ หากเห็นว่าจำนวนผู้สมัครน้อยเกินไป ซึ่งหากไม่ขยายเวลา ก็จะเดินหน้ากระบวน การตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อเชิญผู้สมัครแต่ละรายมาแสดงวิสัยทัศน์ต่อไป

“โลกเปลี่ยน”โจทย์หินผู้ว่าการธปท.คนใหม่

อย่างไรก็ตามในแง่มุมมองคุณสมบัติพิเศษของผู้ว่าการ ธนาคารกลางของประเทศของบุคคลในวงการตลาดเงินตลาดทุนจะเห็นอย่างไรนั้น “บรรยง พงษ์พานิช” ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ระบุว่า ผู้ว่าการธปท.ต้องเป็นคนที่มีพื้นความรู้ด้านเศรษฐ ศาสตร์มหภาค เข้าใจกลไกและนโยบายการทำงานด้านการเงินเบื้องต้น มีความเข้าใจระบบการเงิน ซึ่งประกอบด้วยระบบชำระเงินของประเทศและของโลกรวมทั้งระบบตลาดทุนอย่างลึกซึ้ง

นอกจากนั้นต้องเป็นบุคคลที่มีกระบวนการตัดสินใจชัดเจน สามารถชั่งข้อดี
ข้อเสียนโยบายและกล้าที่ตัดสินใจ สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ เพราะมีคนจำนวนมาก มีความสามารถแต่ไม่สามารถขับเคลื่อน ต้องเป็นคนสามารถสื่อสารได้ดี ทำให้กระจ่างและเข้าใจได้ พูดยากให้ทำง่าย และที่สำคัญความท้าทายภายหลังจากวิกฤติ ทุกคนจะใช้ทฤษฎีเคนส์ (Keynesian theory) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ขยายขนาดของภาครัฐ เพื่อรวบรวมทรัพยากร ฉะนั้น การเพิ่มบทบาทธนาคารกลางจะต้องสอดคล้องนโยบายไปทางเดียวกับรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องยาก เพราะการเมืองมีเป้าประสงค์ระยะสั้น ขณะที่นายธนาคารกลางต้องมองระยะยาว

“ปัจจุบันตลาดการเงินมีความซับซ้อน ผู้ว่าการ ธนาคารกลางต้องเข้าไปดูแลตลาดทุนด้วยเช่น ธปท.เข้าไปดูแลตลาดหุ้นกู้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันเพราะหากตลาดหุ้นกู้พัง คนจนก็เดือดร้อน ฉะนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาจะง่ายและมีต้นทุนตํ่ากว่าการแก้ปัญหา และนายธนาคารกลางต้องสื่อสารได้ดี”

ด้านนายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกล่าวว่า โดยทั่วไปต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านการเงินมากพอควร เพราะมีความละเอียดอ่อน ต้องเข้าใจลึกซึ้งทั้งหลักการบริหาร ไม่ว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อหรือเงินฝืด ทิศทางดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ทิศทางเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร และมีหลักธรรมาภิบาลสูงมาก

“ต้องไม่พูดมากเกินไป ธนาคารกลางต้องเก็บความลับได้ เพราะการพูดในสิ่งที่ไม่ควร อาจมีผลต่อการดำเนินนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ดอกเบี้ย เพราะมีประเด็นการแสวงหากำไรเข้ามาเกี่ยวข้อง และความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินและองค์กร รวมถึงไม่ก้มหัวให้กับนักการเมืองที่ไม่ซื่อสัตย์และไม่มีธรรมาภิบาล”

นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระกล่าวว่า คุณสมบัติพิเศษควรครอบคลุมใน 5 ด้านคือ ต้องมีความรู้ในทุกมิติด้านการเงินและการคลัง เข้าใจพลวัตของการเปลี่ยนแปลงของโลก เนื่องจากทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงมากทั้งเศรษฐกิจและการเงินการคลัง และที่สำคัญมากคือ กล้ายืนยันในเรื่องความถูกต้อง เพราะแม้ธนาคารกลางจะมีความเป็นอิสระ แต่หลายครั้ง ในหลายประเทศมักจะมีฝ่ายการเมืองเข้าแทรกแซง 

“ธนาคารกลาง ไม่เหมือนกับกระทรวงการคลังซึ่งเป็นเรื่องของการเมือง จึงมีแนวโน้มที่จะคิดเรื่องผลประโยชน์ทางด้านการเมือง ซึ่งอาจจะกระทบเสถียรภาพขึ้นมาได้ ดังนั้นผู้ว่าการ ต้องมีความเข้มแข็งและต้องมีความกล้าในการที่จะยืนหยัด ต่อสู้กับความถูกต้องในส่วนของการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและต้องมีความกล้า และมีความเป็นอิสระ มียุทธศาสตร์ในการปกป้องตัวเอง และต้องมีความเชื่อมั่น ไม่ว่ามาจากประสบการณ์หรือภูมิหลังก็ตามเพราะตลาดการเงินเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาความเข้มแข็งเศรษฐกิจไทยหลังโควิด  จึงต้องเตรียมการ เพื่อรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้”  

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,585 วันที่ 21 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2563