
ASW ยื่นไฟลิ่ง ขายไอพีโอ 206 ล้านหุ้น
ASW ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 206 ล้านหุ้น พร้อมเข้าจดทะเบียนใน SET หวังระดมทุนใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ของ บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) (ASW) เปิดเผยว่า ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 206 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 27.07% โดยจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มีวัตถุประสงค์หลักในการระดมทุน เพื่อเตรียมนำเงินที่ได้ไปใช้สำหรับพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ พร้อมทั้งชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ
สำหรับผลการดำเนินของกลุ่มบริษัทในปี 2562 มีรายได้รวม 2,624.97 ล้านบาท กำไรสุทธิ 297.07 ล้านบาท และในงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 มีรายได้รวม 593.48 ล้านบาท กำไรสุทธิ 69.30 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ร้อยละ 11.28 และ 11.67 ตามลำดับ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิสูงกว่างวดสามเดือนของปี 2562 เนื่องจากมีกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงขึ้น
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASW กล่าวว่า การเข้าระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้ จะเพิ่มศักยภาพในการเติบโตให้กับกลุ่มบริษัท มีเงินทุนเพียงพอสำหรับแผนการขยายโครงการใหม่ในอนาคต ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ธุรกิจของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทฯ ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีบริษัทย่อยทั้งหมด 15 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลักคือ ธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งโครงการอาคารชุดที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม และโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทแนวราบ ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ จำนวน 12 บริษัท และบริษัทย่อยอีก 3 บริษัท ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2563 กลุ่มบริษัทมีโครงการทั้งหมด 30 โครงการ ประกอบด้วย (1) โครงการที่พัฒนาเสร็จและปิดโครงการแล้ว จำนวน 5 โครงการ (2) โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการโอนกรรมสิทธิ์ จำนวน 16 โครงการ (3) โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและก่อสร้าง จำนวน 8 โครงการ และ (4) โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและรอการพัฒนา จำนวน 1 โครงการ






