thansettakij
thansettakij
"ยกเลิกเคอร์ฟิว"  หนุนหุ้นค้าปลีก

"ยกเลิกเคอร์ฟิว" หนุนหุ้นค้าปลีก

15 มิ.ย. 63 | 06:57 น.

ยกเลิกเคอร์ฟิว หนุนหุ้นค้าปลีก -ร้านอาหาร หุ้น COM7-DOHOME เด้งรับทะลุ100% ด้านบล.กสิกรไทย มองธุรกิจค้าปลีกผ่านจุดต่ำสุดแล้ว  ลุ้นกำไรสุทธิครึ่งหลังเติบโต 40% HoH เลือก CPALL- DOHOME หุ้นเด่น 

ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ภาครัฐต้องดำเนินมาตรการเข้มงวด โดยได้เริ่มประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศเมื่อวันที่ 26 มี.ค.2563 เป็นต้นมา ตั้งแต่ 22.00-04.00น. จากนั้นได้ผ่อนปรน ปรับลดเวลาลงตามลำดับ จนล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 14 มิ.ย.63 เป็นคืนแรกที่เริ่มยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ 

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หุ้นกลุ่มค้าปลีกได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยคงมุมมองเป็นกลาง ขณะที่อัดราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของผู้ค้าปลีกทั้ง 7 บริษัท  ( BJC,CPALL,CRC,DOHOME,GLOBAL,HMPRO และ MAKRO ) ที่อยู่ในการวิเคราะห์ของเรา ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อเดือน เม.ย.และช่วงครึ่งแรกของเดือน พ.ค. ผู้ค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือยได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ค้าปลีกสินค้าจำเป็น จากมาตรการของรัฐบาลเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด แต่ยอดขายฟื้นตัวขึ้นค่อนข้างเร็ว หลังกลับมาเปิดให้บริการสาขาอีกครั้งเมื่อช่วงครึ่งหลังของเดือน พ.ค. (+0 ถึง 20% YoY) 

การบริโภคในประเทศโดยรวมกลับมามีแนวโน้มเชิงบวก  เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใหม่นับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของเดือน เม.ย. ลดลง และหากไม่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในระลอกสอง คาดว่าไตรมาส 2/2563 จะเป็นไครมาสที่ต่ำที่สุดของปี  และคาดว่ากำไรสุทธิรวมในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ของผู้ค้าปลีกทั้ง 7 บริษัทจะเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี (HoH) แม้คาดกำไรสุทธิรวมช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จะลดลง 23% YOY และ 41% HoH ก็ตาม

อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภค-บริโภคแข็งแกร่งมากขึ้น กลุ่มสินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือยฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว SSSG ในเชิง เทียบไตรมาส ( QTD )ของผู้ค้าปลีกสินค้าจำเป็นอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน (-7.5% ถึง -18%) แต่ยังติดลบน้อยกว่าของผู้ค้าปลีกสินค้าฟุ่มเฟือย (-4% ถึง -35%) และด้วยปัจจัยหนุนจากการรณรงค์ให้ "อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ"ทำให้อุปสงค์สินค้าตกแต่งบ้านปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนถึง SSSG ของผู้ค้าปลีกสินค้ตกแต่งบ้านจึงเพิ่มขึ้นมากในเดือนพ.ค. (-15% ถึง +12%) ในไตรมาส 2/2563 โดยยอดขาย SSSG ของ DOHOME แข็งแกร่งมากที่สุด (-3%) ตามมาด้วย MAKRO (-5%) และ CPALL (-12%) ขณะที่คาดว่า CRC จะรายงาน SSSG ที่ติดลบมากที่สุด (-30%)

หุ้นค้าปลีกทั้ง 7 บริษัทดังกล่าว  นับตั้งแต่ต้นปีมา (YTD)  BJC, HMPRO, GLOBAL และ MAKRO เพิ่มขึ้น 0.6%, 0.6%,3.7% และ 17.7% และราคาหุ้นของทั้ง 7 บริษัทฟื้นตัวขึ้นกลับมาอยู่ในระดับปกติก่อนประกาศล็อกดาวน์แล้วในขณะนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความคาดหวังของตลาดที่ว่าผลการดำเนินงานของผู้ค้าปลีกทุกรายแตะระดับต่ำสุดแล้วและนักลงทุนกำลังมองไปถึงปีที่ปกติ เราคาดว่าราคาหุ้นของผู้ค้าปลีกในประเทศไทยน่าจะกลับมาซื้อขายในระดับใกล้เคียงกับระดับปกติ

บล.กสิกรไทย คงมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่มหุ้นพาณิชย์  เลือก CPALL (ราคาเป้าหมาย 83.20) เป็นหุ้นเด่นจากภาพรวมกำไรสุทธิที่แข็งแกร่ง, upside จากการขยายธุรกิจในต่างประเทศ และการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ และยังคงค่ำแนะนำ "ซื้อ" CRC (ราคาเป้าหมายที่ 40 บาท)และ DOHOME (ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท )หนุนจากการฟื้นตัวขึ้นที่แข็งแกร่งและมูลค่าหุ้นที่สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันปรับลดลงคำแนะนำ GLOBAL (ราคาเป้าหมาย 17.50 บาท ) และ MAKRO  (ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท) ลงเป็น "ถือ" จาก "ซื้อ" จากอัพไซด์ ที่จำกัดและคงคำแนะนำ "ถือ" BJC (ราคาเป้าหมา45.50 บาท ) และ HMPRO (ราคาเป้าหมาย15.90 บาท ) 
 

 

"ยกเลิกเคอร์ฟิว"  หนุนหุ้นค้าปลีก

 

บล.เคทีบี ชี้หุัน 9 กลุ่มได้ผลบวก

ด้านบล.เคทีบี (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า หุ้นที่ได้ผลบวกจากคลายล็อคเฟส 4, ยกเลิกเคอร์ฟิว มี 9 กลุ่มดังนี้ 

1) ศูนย์การค้า & ห้างสรรพสินค้า (SF, PLAT, CRC, CPN, MBK, AWC)
2) ร้านสะดวกซื้อ (CPALL)
3) ร้านขายวัสดุก่อสร้างและสินค้าตกแต่งบ้าน (DOHOME, HMPRO, GLOBAL)
4) ร้านอาหารในห้าง (AU, ZEN, M, OISHI, SNP, CENTEL, MINT)
5) ร้านค้าในห้าง (COM7, JMART, IT, MC, BEAUTY, TKN)
6) โรงภาพยนตร์ (MAJOR)
7) ระบบขนส่งมวลชน (BEM, BTS, AAV, AOT) 
8) ปั๊มน้ำมัน (PTG, PTT, ESSO, BCP)
9) รับเหมาก่อสร้าง (CK, STEC)

ส่วนกรณีที่ให้มีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ระยะที่ 4 ใน 3 กลุ่มกิจการ/กิจกรรม คือ 1.การผ่อนผันการใช้อาคารสถานที่ของโรงเรียน หรือสถาบันการศึกษา 2.กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต และ 3.กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ หรือ สันทนาการ โดยเราประเมินว่าหุ้นที่จะได้ประโยชน์มี ดังนี้

1) กลุ่มโรงแรม (ERW, MINT, CENTEL, AWC), กลุ่ม Media (PLANB, RS) ศูนย์แสดงสินค้า+ศูนย์ประชุม (IMPACT) สามารถจัดประชุม, อบรม, สัมมนา, คอนเสิร์ต, งานจัดเลี้ยง และงานอีเว้นท์ ได้
2) ผู้ประกอบการ TV (BEC, WORK) การถ่ายทำรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ทำได้มากขึ้น
3) อื่นๆ ได้แก่ BGC จะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากการอนุญาติให้มีการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ ซึ่งจะทำให้ยอดขายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น


 

 

โรงเรียน SISB ได้อานิสงส์

บล.กรุงศรี มองการที่ภาครัฐยกเลิกเคอร์ฟิว เป็น Sentimentบวกโดยตรงกับหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค้าปลีก ร้านอาหาร ท่องเที่ยว และการปลดล็อกกิจกรรมเศรษฐกิจเฟส 4 โดยอนุญาตให้ภาคธุรกิจรวมกว่า 11 กิจกรรมกลับมาดำเนินการได้ อาทิ โรงเรียน สถาบันกรวดวิชา ห้องประชุมสัมนา ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า สถานรับเลี้ยงเด็ก คอนเสิร์ต และอนุญาติให้ร้านอาหารสามารถจำหน่ายแอลกอฮอร์ได้ แต่กำหนดระยะเวลาไม่เกินเที่ยงคืน ถือเป็นบวกโดยตรงต่อการลงทุนและบวกต่อกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก(CPALL HMPRO DOHOME COM7) ร้านอาหาร(ZEN) โรงเรียน (SISB)

 

เมย์แบงก์ - โกลเบล็ก แนะซื้อ COM7 

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” COM7 ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 30 บาท/หุ้น โดยคาดว่าผลดำเนินงานไตรมาส 2/63 ถูกโควิด-19  กระทบน้อยกว่าที่ตลาดประเมิน และมีลุ้นเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยกำไร สัญญาณยอดขายหลังเปิดสาขากลับมาได้ไว ก่อนที่จะได้ประโยชน์เต็มๆ จาก 5G ตั้งแต่ไตรมาส 4/63 ถึงปี 2566 หนุนกำไรกลับไปทำ All time high ได้อีกครั้ง 

 

ขณะที่ บล.โกลเบล็ก ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ราคา COM7  อยู่ในกรอบ Uptrend โดยมี Volume สะสมเข้ามาต่อเนื่อง เตรียมส่งสัญญาณบวกหนุน คาดราคามีโอกาสทดสอบต้านที่ 27.75-30.00 บาท