thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 282 จุด หลังเฟดคาดศก.สหรัฐหดตัวแรง

ดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 282 จุด หลังเฟดคาดศก.สหรัฐหดตัวแรง

10 มิ.ย. 63 | 23:43 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 63 | 06:47 น.

ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วง 282.31 จุด หรือ -1.04%  ยืนที่ 26,989.99 จุด  ดัชนี S&P500 ปรับลง 17.04 จุด หรือ -0.53% ปิดที่ 3,190.14 จุด สวนทางกับดัชนี Nasdaq ปรับเพิ่มขึ้น 66.59 จุด หรือ +0.67%ปิดที่ 10,020.35 จุด 


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 มิ.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัวลง 6.5% ในปีนี้ และนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แสดงความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานและแนวโน้มเศรษฐกิจของสหรัฐ อย่างไรก็ดี ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นปิดที่เหนือระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรก โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดเมื่อวานนี้ มีมติเป็นเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และยืนยันว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับดังกล่าวจนกว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวขึ้นจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบรรลุเป้าหมายของเฟดในการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ รวมทั้งรักษาเสถียรภาพของราคา

ในการประชุมครั้งนี้ เฟดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้จะหดตัวลง 6.5%  ก่อนที่จะดีดตัวขึ้น 5% ในปี 2564 และคาดว่าอัตราว่างงานในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 9.3% ก่อนที่จะลดลงแตะระดับ 6.5% และ 5.5% ในปี 2564 และ 2565 ตามลำดับ

นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนภายหลังการประชุมว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมาตรการต่างๆที่รัฐบาลสหรัฐนำมาใช้เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดนั้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทรุดตัวลงอย่างรุนแรง และทำให้ตัวเลขการว่างงานพุ่งขึ้นด้วย ขณะเดียวกันมีแนวโน้มว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาสปัจจุบันของสหรัฐจะลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในตลาดแรงงานนั้น แม้ตัวเลขการจ้างงานจะดีดตัวขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายในเดือนพ.ค. แต่อัตราว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการว่างงานในหมู่คนงานที่มีรายได้ต่ำ กลุ่มสตรี และชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน

ทั้งนี้นายพาวเวลให้คำมั่นว่า เฟดจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อกระตุ้นตลาดแรงงานและเศรษฐกิจ โดยเฟดใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับคืนสู่สภาพดี

ราคาหุ้น 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ร่วงลงเกือบทุกกลุ่ม นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนั้น ปรับตัวลงด้วย ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 และทำสถิติปิดที่เหนือระดับ 10,000 จุดเป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้