thansettakij
thansettakij
เกณฑ์ใหม่ฉุดค่าต๋งกดแบงก์ลดต้นทุน

เกณฑ์ใหม่ฉุดค่าต๋งกดแบงก์ลดต้นทุน

07 มิ.ย. 63 | 06:18 น.

รายได้ค่าธรรม เนียมแบงก์ ไตรมาสแรกปี 2563 หดเหตุโดน 2 ปัจจัยหลักรุม ทั้งกฎระเบียบคิดค่าธรรมเนียมเป็นธรรมและ TFRS9 คำนวณการบันทึกคนละมาตรฐาน ชี้แนวโน้มทั้งดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมอยู่ท่ามกลางความกดดัน ธนาคารต้องลดต้นทุนเป็นสำคัญ 

รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2563 ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สะท้อนการลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 1 และไตรมาส 4  ปี 2562 โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการไตรมาส1 ปีนี้มี 47,767 ล้านบาทลดลง 1.47% จาก 48,484 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน และหดตัว 9.32% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อนอยู่ที่ 52,678 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาหมวดหลักๆพบว่า ส่วนใหญ่รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงต่อเนื่องเช่นกัน เห็นได้จาก ค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตไตรมาส 1 ปีนี้และไตรมาส 4 ปีก่อน ลดลง 7.40% และ 13.66% ตามลำดับ ค่าธรรมเนียมจัดการหดตัวมากกว่า 50.43% และ 60.94% ขณะที่ค่านายหน้าประกันภัยลดลง 1.37% และ 15.60% ยกเว้นรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ยังขยายตัว 19.38% และ 6.19% ตามลำดับ

สำหรับไตรมาส 1 ปีนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการมีสัดส่วน 16.9% ต่อรายได้รวม โดยรายได้ดอกเบี้ยยังเป็นรายได้หลักมีสัดส่วน 67.4%

เกณฑ์ใหม่ฉุดค่าต๋งกดแบงก์ลดต้นทุน

นายนริศ สถาผลเดชา เจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือTMB Analytics ระบุว่า ค่านายหน้าประกันและบัตรเครดิตหายไปค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นการลดลงตามกฎระเบียบการปรับปรุงค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม ส่วนรายได้ค่านายหน้าซื้อขาย
หลักทรัพย์ แม้จะขยายตัวจากอานิสงส์จากต้นปีที่ตลาดยังเติบโตก่อนโควิด จากรายได้หลักจากกองทุนรวม แต่แนวโน้มเมื่อพ้นไตรมาสแรกอาจปรับลดลงแรง รวมถึงกำไรจากเงินลงทุน ซึ่งมาจากตราสารหนี้เป็นหลัก นอกจากนั้นกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไร (ขาดทุน) ซึ่งเป็นวิธีการวัดแบบใหม่ ทำให้มีผลต่อมูลค่ายุติธรรมลดลงหลายบริการ 

ด้านรายได้ดอกเบี้ยยังคงสะท้อนตัวเลขเป็นบวก โดยไตรมาส 1 ปี 2563 ขยายตัว 0.40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและเพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบไตรมาส4 ปีก่อน สำหรับรายได้อื่นไตรมาส 1 ปีนี้ขยายตัว 10,265 ล้านบาทหรือ 30.36% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 16,127 ล้านบาทหรือ 26.78% เมื่อเทียบไตรมาส 4 ปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุนลดลง 27.72% จากช่วงเดียวกันปีก่อนและลดลง 8.77% เมื่อเทียบไตรมาส4 ปีก่อน ตามด้วยกำไร (ขาดทุน) สุทธิจากเงินลงทุนหดตัว 43.06%จ ากช่วงเดียวกันปีก่อนและหดตัวกว่า 90.43% เมื่อเทียบไตรมาส4 ปีก่อน

ยกเว้นรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆที่ยังขยายตัวเป็นบวก ทั้งไตรมาส 1 ปีนี้และช่วงเดียวกันปีก่อนและเทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อน โดยปรับเพิ่ม 16,972 ล้านบาทคิดเป็นการเติบโตขึ้น138.58% และ 21,223 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 265.42% ตามลำดับ สำหรับปีนี้ธนาคารพาณิชย์ในระบบมีภาระค่าใช้จ่ายกันสำรองเพิ่มขึ้น 38.72% เทียบช่วงเดียว กันปีก่อนแต่ค่าใช้จ่ายกันสำรอง
ลดลง 2.08% จากไตรมาส 4 ของปีก่อน 

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารยังอยู่ในช่วงขาลง จากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อต่อการซื้อหรือจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น รายได้จากการขายประกันชีวิตคุ้มครองวงเงินสินเชื่อบ้านหรือ MRTA ลดลงตามความต้องการสินเชื่อ และผลิตภัณฑ์หลายตัวยอดขายลดลงด้วย แต่อัตราดอกเบี้ยตํ่า ทำให้ยังมีความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนค่อนข้างดี อย่างตราสารหนี้เอกชน เพราะตลาดตราสารหนี้กลับมาดี 

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2 ผลประกอบการธนาคารยังปรับลดลงจากไตรมาสแรก รวมทั้งรายได้ค่าธรรมเนียม แม้ผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกไม่ถึงกับขาดทุน แต่ลดลงจากไตรมาส4 เพราะมีการจ่ายชำระคืนสินเชื่อทำให้รายได้ดอกเบี้ยลดลง ขณะที่ต้นทุนค่าใช้จ่ายคงอยู่

นางสาวธัญญลักษณ์ วัชระชัยสุรพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมเทียบไตรมาสนี้กับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ที่ลดลง 4,911ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลทางเทคนิคจากมาตรฐานบัญชี TFRS9 ซึ่งบางส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมจะถูกโยกเป็นรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่การขายผลิตภัณฑ์บางตัวขึ้นอยู่กับอำนาจซื้อที่ไม่มี ซึ่งบรรยากาศนี้จะต่อเนื่องทั้งไตรมาส 1-2 แต่ประกันระยะยาว หรือ ประกันออมทรัพย์ ซึ่งจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมขายดีกว่าผลิตภัณฑ์ด้านประกันทั่วไปที่ยังไม่กลับมาอู้ฟู 

นอกจากนั้น ค่าธรรมเนียมการโอนมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นบริการฟรีทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมไม่โดดเด่น ในแง่ผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมหลักมาจากมาตรฐานบัญชีใหม่ ส่วนการปรับปรุงค่าธรรมเนียม 3รายการ (ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ, ค่าปรับไถ่ถอนก่อน กำหนด,บัตรเอทีเอ็มและเดบิต) รวมทั้ง มาร์เก็ตคอนดักต์นั้น ไม่น่าจะมีผลต่อรายได้ของธนาคารมากนักเพราะส่วนใหญ่ปรับตัวมา
ระยะหนึ่งแล้ว 

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 3,581 วันที่ 7 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2563