
มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว "ไทยเที่ยวไทย" ยังไร้ข้อสรุป
คลังตีกลับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทย ของททท. ก่อนเสนอมาใหม่สัปดาห์หน้า เน้นให้คุ้มค่ากับงบประมาณ-ป้องกันโรคได้ ชี้ทุกอย่างที่เสนอเป็นแค่ตัวอย่าง
ในการประชุมร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เพื่อออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทย หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทสไทย(ททท.)เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ให้ททท.กลับไปทำ มาตรการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยว ไทยเที่ยวไทย เข้ามาให้พิจารณาใหม่ในสัปดาห์หน้า เนื่องจากต้องการให้เกิดความคุ้มค่าต่องบประมาณที่จะเสียไป เพราะเงินส่วนนี้มาจาก เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท และส่งผลต่อการท่องเที่ยวในประเทศให้มากที่สุด โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือน คือ เดือน ก.ค.-ต.ค.2563 และต่อเนื่องไปยังช่วงไฮด์ซีซั่น เพื่อให้มีผลต่อเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
“ในช่วง 4 เดือนนี้ ถือว่าใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ จึงต้องมีมาตรการสนับสนุนให้ท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศที่ 4-5 แสนล้านบาท จากรายได้ท่องเทียวทั้งหมด 1.23 ล้านล้านบาท แต่ต้องกลับไปพิจารณาให้เหมาะสม ให้ตรงจุดให้อยากออกมาเที่ยว ส่วนตัวเงินที่จะใช้ไม่มีปัญหา แต่ขอว่าต้องคุ้มกับเงินที่จะใช้ด้วย”นายยุทธศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้แนวทางที่ ททท.เสนอไปนั้น มีทั้งการสนับสนุนให้บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศประมาณ 1.2 ล้านคน เพื่อเป็นการตอบแทนการทำงานของกลุ่มคนเหล่านี้ในช่วงการระบาดของ Covid-19 และประชาชนทั่วไป ที่ชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา
รวมไปถึงแนวทางการแจกเงินให้เปล่า การให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักบางส่วน หรือ มาตรการชิมช้อปใช้ ที่เคยแจกเงิน 1,000 บาท ด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างที่เสนอเข้าไปเท่านั้น ดังนั้นทางททท.จะต้องกลับไปหาแนวทางปฏิบัติอย่างชัดเจนอีกครั้ง แต่เบื้องต้นจะเป็นลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าวอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น แต่ก็ยังคำนึงถึงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ดังนั้นการท่องเที่ยวในอนาคตจะต้องเป็นการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ หรือ เที่ยวแบบ New Normal ที่จะต้องขอความร่วมมือประชาชนที่จะเดินทางท่องเที่ยวนั้น ต้องมีการจองล่วงหน้า เพื่อลดความแออัด และไม่ให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว เป็นต้นเหตุให้เกิดการระบาดรอบ 2
ส่วนกรณีประชาชนแห่เดินทางท่องเที่ยวที่บางแสนในช่วงวันหยุดเป็นจำนวนมากนั้นนายยุทธศักดิ์กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะเป็นช่วงวันหยุดและเป็นสถานที่ที่ไม่ไกลจากกทม. ดังนั้น เพื่อป้องกันโรค ทางททท.อาจจะหารือกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคตะวันออก ว่าจะวางแผนรับมือนักท่องเที่ยวจากนี้อย่างไรต่อไป
“สถานการณ์ท่องเที่ยวขณะนี้ ถือว่าดีขึ้นเมื่อพิจารณาจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา แม้ว่าบางพื้นที่โรงแรมจะยังไม่เปิดให้บริการ ซึ่งจะเปิดในช่วง ก.ค. แต่บางพื้นที่ที่เปิดแล้วเช่น พัทยา หัวหิน ก็มียอดจองโรมแรมไปแล้วกว่า 70% ซึ่งคนไทยพร้อมที่จะเดินทางไปเที่ยว แต่ก็ต้องระมัดระวัง ให้ท่องเที่ยวแบบนิวนอร์ม เพื่อไม่ให้การระบาดกลับมาอีก”นายยุทธศักดิ์กล่าว






