
ธปท.ยันเงินเฟ้อพ.ค. ติดลบ 3.44% ยังไม่เข้าข่าย ภาวะเงินฝืด
ธปท. ยืนยันเงินเฟ้อ พ.ค. ติดลบต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ยังไม่เข้าข่าย ภาวะเงินฝืด ตามนิยามของการดำเนินนโยบายการเงิน
ตัวเลข อัตราเงินเฟ้อ ที่กระทรวงพาณิชย์ แถลงล่าสุดพบว่า เดือนพ.ค.2563 ติดลบถึง 3.44% ต่ำสุดในรอบ 10 ปี 10 เดือน นับจากเดือนก.ค.2552 ที่ลดลง 4.4% สาเหตุสำคัญมาจาก ราคาน้ำมัน ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับ มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ ของรัฐบาลทั้งการลดค่าไฟฟ้า น้ำประปา และลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพหลายรายการ รวมทั้งราคาผัดสดยังลดลงต่ำสุดในรอบ 3 ปีอีกด้วย
นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า ภาวะเงินฝืด ในการดำเนินนโยบายการเงินของธปท. จะอิงนิยามของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ซึ่งต้องเข้าเงื่อนไข 4 ข้อคือ
1. อัตราเงินเฟ้อ ติดลบเป็นเวลานานพอสมควร (prolonged period)
2. อัตราเงินเฟ้อ ติดลบกระจายในหลายๆหมวดสินค้าและบริการ
3. การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในระยะยาว (ปรกติดูที่ระยะ 5 ปี) ต่ำกว่าเป้าหมายระยะปานกลางอย่างมีนัย และ
4. อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ และอัตราว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้น
ดังนั้นหากพิจารณาตามเงื่อนไขดังกล่าวพบว่า อัตราเงินเฟ้อไทย ติดลบมาเพียง 3 เดือน แม้ประมาณการล่าสุดของ ธปท. จะให้ อัตราเงินเฟ้อทั้งปีนี้ติดลบ แต่ยังมองว่า ปีหน้าจะกลับเป็นบวกได้ อีกทั้งเป็นการติดลบจากราคาพลังงานเป็นสำคัญ
ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 5 ปี อยู่ที่ 1.8% ต่อปี ถือว่า ใกล้เคียงกับกึ่งกลางของช่วงเป้าหมายเงินเฟ้อของธปท.ที่ 1-3% ต่อปี จึงยังไม่เข้าข่ายเงินฝืดตามนิยามของการดำเนินนโยบายการเงิน อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงเข้าสู่ ภาวะเงินฝืดได้ หากเศรษฐกิจไทยหดตัวลึกหรือฟื้นตัวช้ากว่าที่ประเมินมาก โดย ธปท. จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด






