
จับตา 4ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง-แนะธุรกิจเตรียมสภาพคล่องสร้างทางเพิ่มรายได้
4ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง-กสิกรไทยแนะภาคท่องเที่ยวเสริมสภาพคล่องเจาะนักธุรกิจนักท่องเที่ยวรายได้สูงสร้างช่องทางเพิ่มรายได้
กสิกรไทยหั่นเป้าเศรษฐกิจปี63 ติดลบ6% จับตา 4ปัจจัยเสี่ยงครึ่งปีหลัง “การระบาดรอบสองของCOVID-การกลับมาล็อคดาวน์-การเมืองสหรัฐกับการควบคุมไวรัส-เศรษฐกิจโลก” เผยทุกธุรกิจต้องใช้เวลารอการฟื้นตัว แนะภาคท่องเที่ยวเสริมสภาพคล่อง-สร้างช่องทางเพิ่มรายได้-เรียกความมั่นใจปลอดภัยให้ลูกค้ากลุ่มรายได้สูง
นางสาวณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้ปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปี 2563 ลงมาที่ -6%จากเดิมที่ มองขยายตัว 0.5% บนสมมติฐานการลงทุนรวมหดตัว 4.5%โดยเฉพาะภาคเอกชน-6.6% เดิมมองจะขยายตัวตัว 1%การบริโภคเอกชน-2.3%จาก เดิม 1.8% และการส่งออกภาพใหญ่หดตัว 6.1%เดิมมอง -5.6% จึงเหลือเพียงภาครัฐเครื่องยนต์เดียวในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งการใช้จ่ายภาครัฐและการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะขยายตัว 2%และ 3.1%ตามลำดับ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการเยียวยา ซึ่งวิกฤตครั้งนี้มาตรการทางการคลังเป็นเครื่องมือหลักในการส่งผ่านมาตรการได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้ใช้เม็ดเงินลงไปดูแลประชากร 65.8ล้านคนซึ่งมาตรการได้เข้าไปแตะทุกกลุ่มแล้ว
“ การปรับลดประมาณการจีดีพีติดลบ6%นั้น สาเหตุจากเศรษฐกิจที่หดตัวกว่าที่เคยมองแม้ไตรมาส1ที่ผ่านมาจะติดลบ1.8%ต่ำกว่าคาดแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาดัชนีเศรษฐกิจสะท้อนหดตัวทุกภาครวมไม่ว่าเกษตร หรืออุตสาหกรรมที่ยังมีกำลังการผลิตคงเหลือเช่น รถยนต์ ไฟฟ้า พลังงาน ขณะที่ไอเอ็มเอฟประเมินเศรษฐกิจโลกชะลอตัวติดลบ 3%ทำให้ความต้องการสินค้าปรับลดตาม”
นอกจากนี้ พรก. ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม (พรก.4แสนล้านบาท) ซึ่งรัฐเตรียมไว้ มาตรการภาครัฐน่าจะต่อลมหายใจกับภาคธุรกิจโดยจัดลำดับความสำคัญ เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวที่อาจใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่าประเภทอื่นและมีแรงงานค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อภาระหนี้สาธารณะคงค้างต่อจีดีพี ถ้าสถานการณ์COVID-19ลากยาวนั้น ดูจากการขาดดุลงบประมาณประจำปี2564และแผนก่อหนี้ จำนวน 5.55แสนล้านบาทคิดเป็นสัดส่วน 57%ต่อจีดีพี ซึ่งอยู่ในกรอบไม่เกิน 60%ต่อจีดีพี
นางสาวณัฐพรกล่าวเพิ่มเติมถึงปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาในครึ่งปีหลัง ได้แก่ 1. จำนวนผู้ติดเชื้อCOVID-19ในประเทศไทยจะกลับมาหรือไม่(Second Wave) และความไม่แน่นอนจะกลับมาล็อคดาวน์หรือไม่ แม้ว่า การผ่อนคลายล็อคดาวน์เฟส3ในวันที่ 1 มิถุนายนยังจำเป็นต้องรักษาระยะห่างทางสังคมอยู่ 2.อัตราว่างงานคงค้างในระบบ ทั้งคนที่ว่างงานภายหลังรับสิทธิ์จากมาตรการเยียวยา(เราไม่ทิ้งกันหรือรับเงินชดเชยจากประกันสังคม) และคนที่ไม่ได้รับสิทธิ์ 3.ความเสี่ยงจากต่างประเทศ ไม่ว่าประเด็นการแพร่ระบาดของCOVID-19 หรือ ความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐ 4.และเศรษฐกิจโลก
นางสาวเกวลิน หวังพิชญสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยกล่าวว่า ปี2563-2564จะมีธุรกิจสามารถฟื้นตัวได้ก่อนและหลังแตกต่างกันโดยธุรกิจที่ฟื้นช้า 3อันดับ ได้แก่ ท่องเที่ยว รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ธุรกิจค้าปลีก ท่องเที่ยวและก่อสร้างนั้นนอกจากใช้เวลาในการฟื้นช้ายังมีประเด็นว่างงานด้วย โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวน่าห่วงที่ฟื้นช้าและยังส่งผลกระทบห่วงโซ่การท่องเที่ยว ซึ่งภาครัฐน่าจะต่อลมหายในภาคธุรกิจและรักษาการจ้างงาน ซึ่งยอมรับว่าทุกธุรกิจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว การเสริมสภาพคล่องจึงเป็นประเด็นสำคัญและต้องสร้างช่องทางเพิ่มรายได้ ขณะเดียวกันต้องสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการโดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่ และนักท่องเที่ยวกลุ่มรายได้สูง






